็นไร? เจ้าเพียงมีพลังพอจะโจมตีแค่หนึ่งกระปวนท่าเท่านั้นเองรึ? หรือเข้าใจว่าเจ้าจะเอาชนะข้าได้ในหนึ่งกระบวนท่า นี้ไย มิใช่คิดเพ้อฝันไป”
มันดวงตาแหลมคมถึงเพียงไหน แค่มองปราดเดียวก็สามารถมองเห็นสภาพปั่นป่วนวุ่นวายภายในกายจั่วม่อได้ชัดเจนยามนี้อย่าว่าแต่จะลงมือต่อสู้ เซี่ยวม่อเกอกระทั่งปลายนิ้วยังไม่มีปัญญาขยับได้
อวี่ไสว้แย้มยิ้มเล็กน้อยอย่างสบใจยื่นมือทำท่าคว้าจับไปยังจั่วมอ
อากาศรอบข้างจั่วม่อพลันผนึกแข็งตัวขึ้นมาทันควัน จั่วม่อไม่อาจ ขยับตัวได้
คร่ากุมตัววิเศษนี้ได้ทั้งเป็น อวี่ไสว้อารมณ์ผ่องใสขึ้นมาก เซี่ยวม่อเกอ แม้ฝึกปรือพลังเทพแต่ในด้านพลังฝีมือยังห่างชั้นกับมันมาก มันเพียงต้องเปลืองมือเปลืองเท้าหนึ่งกระบวนท่าเท่านั้น นึกถึงผลกำไรที่ได้รับในครั้งนี้มันก็ไม่ใส่ใจความสูญเสียหนักหน่วงของกององครักษ์หยาดพิรุณแล้ว
เมื่อเคล็ดวิชาฝึกปรือพลังเทพตกอยู่ในมือของมัน โอกาสที่มันจะมี หลังมีมือรุดหน้าก็สูงยิ่ง ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น ด้วยพลังเทพที่น้อยคนจะฝึกปรือมันอาจมีความหวังก้าวเข้าสู่ด่านหวัง! (อ๋อง)
ด่านหวัง! สองคำนี้บันดาลให้จิตใจมันร้อนเร่าขึ้นมา
มันแทบทนรอไม่ไหว คิดกลับไปศึกษาพลังเทพในทันที แต่มันจะ อย่างไรก็เป็นชนชั้นจอมปิศาจด้านไสว้ มีความสามารถในการควบคุม ตัวเองเป็นอย่างดี ดังนั้นมันระงับแรงกระตุ้นในใจ แย้มยิ้มวูบหนึ่งแล้วยั้ง มือกลับมา
ร่างของจั่วม่อลอยลิ่วเข้าหาอวี่ใสว้โดยไม่อาจขั