านี้ขึ้นมาก็ไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงใดขึ้นในภายหลัง
มันฉุกใจวูบ พลันชี้ไปที่โซ่สีดำ กล่าวอย่างหนักแน่นว่า “โซ่นี้เรียกว่าปู้หลี!”
หว่อหลีพอได้ยินประโยคนี้ ร่างพลันสะท้านขึ้นเบา ๆ ดวงตาเย็นเยือกของนางนุ่มนวลลง เจตจำนงกระบี่ห่อหุ้มห่มคลุมทั่วร่างอันงดงาม ริมฝีปากเอื้อยเอ่ยลำนำอีกครา “พลัดพรากแยกจาก หนึ่งอยู่หนึ่งตาย สองหัวใจเชื่อมโยงผูกพัน ไม่เคยพลัดพราก เวียนว่ายตายเกิด ร้อยชาติพันภพไม่แยกจากกัน”
ลำนำขับขานพอสิ้นสุดลง ลวดลายอักขระอันซับซ้อนจำนวนนับไม่ถ้วนพลันพวยพุ่งออกจากร่างของคนทั้งสอง แยกย้ายกระจายตัวไปตามสายโซ่ อักขระที่ออกมาจากร่างของหลัวหลีเปล่งประกายมืดมนอนธกาลในขณะที่อักขระจากร่างของหว่อหลีสาดแสงสีขาวกระจ่างตา พลังงานทั้งสองสายเชื่อมโยงหลอมรวมกันอยู่ที่กึ่งกลางของสายโซ่Page 3 of 12
ติง!
สายโซ่สั่นสะท้าน แล้วพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงสด ห่วงข้อโลหะเหล่านี้กลับกลายเป็นเงื่อนปมผูกพัน เป็นด้ายแดงแห่งชะตากรรมที่ผูกรัดคนทั้งสองชั่วนิรันดร์กาล
เส้นด้ายแดงค่อย ๆ กลายเป็นจางลง จนกระทั่งเลือนหายไปกับตา
แต่หลัวหลีสามารถรู้สึกถึงเส้นด้ายแดงได้โดยง่าย มันทราบว่านับแต่นี้ไป ชะตากรรมของมันจะผูกพันอยู่กับชะตากรรมของหว่อหลีไปตลอดกาล แม้กระทั่งความตายยังไม่อาจพลัดพรากพวกมันจากกัน.
มันยังทราบว่ามันไม่ใช่คนมีชีวิตอีกต่อไปแล้ว
แต่ในใจของมันมีแต่ความสุขสำราญ
ได้พบนางอีกครั้งก็คุ้มค่าแล