ม้แต่น้อย
หลัวหลีไม่เคยลืมเลือนเหตุผลที่มันมาอยู่ที่นี่
เงาร่างงดงามที่ยังเฝ้าหลอกหลอนหัวใจมัน พลันปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในความฝันของมัน
มันเพียรพยายามทุกวิถีทาง เพื่อเพิ่มเติมสีสันลงไปในความฝันมรณะสีดำทมิฬ มันสร้างสีสันขึ้นมา เพื่อแตะแต้มขีดวาดลงบนเงาร่างที่มันไม่อาจลืมเลือน
รอจนสีสันเสี้ยวสุดท้ายแตะแต้มลงไปในดวงตาของหว่อหลี หว่อหลีที่แข็งทื่อดุจหุ่นไม้พลันกลับกลายเป็นมีชีวิต
เงาร่างสูงสง่าเยือกเย็นประดุจดอกบัวตูมค่อย ๆ แย้มบาน ดวงตากระจ่างจ้าแฝงเร้นกลิ่นอายฆ่าฟันเลือนราง นางมองดูหลัวหลีด้วยสายตาซับซ้อน ริมฝีปากอิ่มเผยอแย้ม เอื้อนเอ่ยลำนำขับขาน “ข้าอยู่ เจ้าตาย นี่คือการแยกจาก!”
ตูม!
ประหนึ่งสายฟ้าฟาดกลางแจ้ง คล้ายมีบางสิ่งหวดใส่ศีรษะของหลัวหลีอย่างถนัดถนี่
โลกมืดมิดสีดำทะมึนเริ่มพังทลาย มันรู้สึกราวกับว่าร่างกายของตนกลับกลายเป็นโปร่งใส ส่วนร่างของหว่อหลีค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นมีตัวตนPage 2 of 12ความมืดพุ่งเข้ามาควบรวมกันอย่างบ้าคลั่งตรงกึ่งกลางระหว่างคนทั้งสองก่อตัวเป็นโซ่สีดำที่มีปลายข้างหนึ่งยึดติดอยู่บนร่างของหลัวหลี ส่วนปลายอีกข้างหนึ่งเชื่อมต่อกับร่างกายของหว่อหลี
ในใจหลัวหลีบังเกิดความเข้าใจประการหนึ่ง ความปลาบปลื้มยินดีพลันพลุ่งขึ้นท่วมท้นในใจ
กุญแจเป็นตาย ที่แท้นี่ก็คือกุญแจเป็นตาย!
ไม่ถูกต้อง มันรู้สึกว่านาม ‘กุญแจเป็นตาย’ ยังไม่ค่อยเหมาะสมนัก ดูท่ายอดคนที่คิดค้นเคล็ดวิช