สัยหรือมิฉะนั้นก็เป็นสำนึกการต่อสู้ของมันเอง
การต่อสู้บนท้องฟ้าแม้ดุเดือดรุนแรง แต่ไม่อาจดึงดูดสายตาของมัน แม้แต่ชั่วแวบ สองตามันเอาแต่กวาดมองกององครักษ์หยาดพิรุณอย่าง ละเอียดรอบคอบ ราวกับสุนัขป่ามากเล่ห์เฝ้าหาช่องว่างที่จะจู่โจมสังหาร
มันหาได้หวาดกลัวกององครักษ์หยาดพิรุณแม้แต่น้อยไม่
วันคืนที่ผ่านมาของมันแม้คล้ายถูกกักขังจองจำอยู่ในคุก แต่วัดเสวียน คงจะอย่างไรก็เป็นหนึ่งในสี่มหาสำนักแห่งภพซิวเจ่อ กระทั่งคู่ต่อสู้ที่ทางสำนักส่งมาสะกดข่มมันยังต้องเป็นชนชั้นระดับเจียงเจือ เมื่อเติบใหญ่ขึ้นมาในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เปี่ยหานย่อมไม่หวั่นเกรงต่อกองพันที่แม้แต่ชื่อมันก็ยังไม่เคยได้ยินนี้ ต่อให้ผู้นำของอีกฝ่ายจะเป็นจอมปีศาจด้านไสว้ก็ตาม
หลังจากนับสิบปีของความหนาวเหน็บทนทุกข์ทรมาน หัวใจของมัน แกร่งกระด้างดั่งหินผาแต่แรก
ในขณะที่ผู้คนทั้งหลายถูกชื่อเสียงของอวี่ไสว้ขู่ขวัญจนแม้แต่จะขยับ ตัวยังไม่กล้า เปี้ยหานกลับสอดส่ายสายตามองดูกองพันใหญ่ตรงหน้า อย่างไม่หยุดยั้ง เฝ้าค้นหาช่องว่างรอยโหว่ที่มันจะบุกทะลวงเข่นฆ่าเข้าไป
ลำพังกองโจรตระกูลหมิงอันตํ่าต้อยยังไม่สามารถดับความหิว กระหายของมัน มันประหนึ่งพญาราชสีห์ที่ถูกจองจำเอาไว้เนิ่นนานเกินไป โถมทะยานออกจากกรง โหยหาการต่อสู้ที่สามารถสนองตอบต่อพลังอันเกรียงไกรและความกระหายเลือดของมันได้!
ในดวงตาหรี่แคบดุจคมมีดสาดประกายวูบ
รอจนมันพบเห็นหน่วยเล็ก ๆ ของกองอ