สึกราวกับเชือกที่ถูกดึงตึงเปรี้ยะจนแทบขาดสะบั้นได้ทุกเมื่อ ภายใต้แรงกดดันที่คนเหล่านี้วางทับลงบนร่างมัน มันต้องวางแผนการและคาดคำนวณทุกสิ่งอย่างเงียบ ๆ
มันแบกรับทุกอย่างไว้อย่างเงียบงัน จิตใจอ่อนล้าเหน็ดเหนื่อย แต่มัน ก็ยังคงต้องดิ้นรนฝืนยืนหยัด
ทว่าในที่สุดมันก็ทำสำเร็จ ซึ่งความจริงนับตั้งแต่เปิดฉากต่อสู้กับ กองโจรตระกูลหมิง จิตใจของมันพลันสงบเยือกเย็นลง บรรลุสู่สภาวะใหม่
บททดสอบของหลายวันมานี้ ประดุจหินลับมีดที่คอยขัดเกลาลับคม มันแต่คราวนี้สิ่งที่ถูกขัดเกลามิใช่สังขารปิศาจของมันอีก แต่เป็นความคิดจิตใจของมัน!
โดยไม่รู้ตัว ความคิดจิตใจของมันแปรเปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นประเปรียวและกร้าวแกร่งกว่าเดิม!
มันไม่หลงเหลือความคิดฟุ้งซ่านวุ่นวาย ไม่สับสน ไม่หวาดหวั่น แม้ว่ากำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่มันไม่อาจหยั่งคำนวณได้ จิตใจของมันก็ไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย
จั่วม่อกระชับสายใยสามพันอาวรณ์ในมือแน่น ตระเตรียมก้าวออกไป รับศึก แต่แล้วทันใดนั้นร่างงามที่ข้างกายมันกลับหายวับไปดเงาภูตพราย
เป็นเขิงเหลียนเอ๋อร์!
จั่วมอแปลกใจอยู่บ้าง วันนี้เขิงเหลียนเอ๋อร์ดูจะกระเหี้ยนกระหือรือ ต่อการต่อสู้มากเป็นพิเศษ
หนึ่งบุรุษร่างใหญ่ หนึ่งสตรีอ้อนแอ้นบอบบาง เผชิญหน้ากันกลาง เวหา
ท่าเท้าของถงเซียนเซ็งสง่าผ่าเผย เขิงเหลียนเอ๋อร์งดงามเย้ายวน เป็นสองสำนึกที่ผิดแผกแตกต่างอย่างสิ้นเชิง แต่ทั้งสองล้วนเต็มไปด้วย เหลี่ยมมุม