จั่วม่อลอยตัวขึ้นจากพื้นอย่างแช่มช้า สีหน้าเย็นยะเยียบ ดวงตาคมกล้าดุจกระบี่ แผ่ซ่านรังสีกดดันอันหนักหน่วงออกมา
ผู้คนที่หน้าซีดเผือดแหงนเงยมองตามโดยไม่รู้ตัว สายตาว่างเปล่าและหวาดกลัวของพวกมันจ้องมองจั่วม่อเป็นตาเดียว
“ผู้ที่ถอยหนี ฆ่า! ผู้ที่ไม่ทำตามคำสั่ง ฆ่า! ผู้ที่บั่นทอนขวัญกำลังใจของกองทัพ ฆ่า!”
คำว่า ‘ฆ่า’ ทั้งสามหนดุจสายลมยะเยือกกวาดผ่านทั่วนครมหาสันติร่างที่ผอมบางอยู่บ้างกลางเวหา สะท้อนอยู่ในดวงตาหวาดสะพรึงของผู้คน
“กุมศาสตรามารของเจ้าให้มั่น การปะทะครั้งต่อไปยังจะโหดร้ายกว่านี้ จะยิ่งรุนแรงกว่านี้ และจะยิ่งมีผู้คนล้มตายมากกว่านี้”
บนใบหน้าสลายคลายลงอำนาจอันแปลกประหลาดบรรดาคนที่ประหว่ันพรั่นพรึงความหวาดกลัวยิ่งขึ้นแต่ไม่ทราบเพราะเหตุใดถ้อยคำของมันคล้ายแฝงไว้ด้วยพลังมันว่าการต่อสู้เพิ่งจะเปิดฉากขึ้นเท่านั้นหลังจากนี้ยังจะดุเดือดรุนแรงมากยังปฏิบัติต่อพวกมันราวกับเป็นใต้บังคับบัญชาของมัน กระตุ้นเตือนพวกจ่ัวม่อสุ้มเสียงเย็นยะเยือกมันไม่ได้ปลอบขวัญกำลังใจแก่ฝูงชนท้ังPage 1 of 11
ในสายตาของพวกมัน เซี่ยวม่อเกอมีท่วงท่าสงบเยือกเย็น ไม่ตื่นกลัวแม้แต่น้อย ผู้คนที่สูญเสียความกล้าไปทีแรก พลันค้นพบที่ยึดเหนี่ยว ค่อยๆ สงบใจลง
“เมื่อครู่นี้ เราเพิ่งฆ่ากองโจรตระกูลหมิงไปสามพันคน!”
“พวกมันจะหวาดหวั่น จะเกรงกลัว แล้วจะโกรธเกรี้ยว การโจมตีระลอกต่อไปจะร้ายกาจกว่าเดิม” จั่วม่อยังคงกล่าวด้วยสุ้ม