เมื่อรุ่งอรุณเริ่มฉายแสงที่เส้นขอบฟ้า นครมหาสันติอันเงียบสงัดก็คล้ายจะตื่นจากการหลับใหล
ในไม่ช้าเสียงตะโกนสั่งการก็ทำลายความเงียบสงัดทั้งมวล เหล่าผู้นำหน่วยทัพแผดเสียงตวาดด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี เสียงฝีเท้าเหยียบ อย่างพรักพร้อมดังสนั่นหวั่นไหวดุจกลองศึก ปลุกนครมหาสันติให้คึกคัก ฮึกเหิม ผู้คนสีหน้าแปรเปลี่ยนไม่หยุด จากสงบขรึม กลายเป็นตื่นเต้นประหม่า ตามมาด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึงบางคนเริ่มตัวสั่นระริก แต่ทุกผู้คนล้วนกัดฟันข่มกลั้น นำตัวเข้าประจำตำแหน่งในกระบวนทัพโดยอาศัยความเข้าใจจากการฝึกฝนช่วงสั้น ๆ ในสองสามวันที่ผ่านมา
ผู้บัญชาการหนายเดินตรวจแถวทัพ พร้อมกับพยายามปลุกเร้าจิตวิญญาณการต่อสู้ของไพร่พลในหน่วยของตน
แม้ว่าพวกมันไม่เคยฝึกปรือกระบวนทัพค่ายกลมาก่อน แต่กระบวน ทัพที่ผนึกรวมผู้คนนับหมื่นเข้าด้วยกัน บันดาลให้ทุกผู้คนที่เข้าร่วม กระบวนทัพรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจอย่างบอกไม่ถูก
กระทั่งจั่วม่อยังไม่เคยควบคุมผู้คนจำนวนมากถึงเพียงนี้มาก่อน ผู้คนหลายหมื่นคนแบ่งออกเป็นกระบวนทัพแต่ละหน่วย กระจัดกระจายเรียงรายอยู่ตามตำแหน่งต่าง ๆ ในนครมหาสันติ
แต่ทั้งจั่วม่อและเหมียวจุนล้วนทราบแน่แก่ใจ พวกมันแม้มีผู้คนจำนวนมากมายมหาศาล อาจไม่สามารถต้านทานการบุกจู่โจมของศัตรูได้ แม้แต่ครั้งเดียว ทั้งหมดที่พวกมันเฝ้าตระเตรียม ก็เพื่อให้สามเณรมือใหม่ที่ ไม่เคยมีประสบการณ์ทำศึกเหล่านี้ อย่างน้อยต้องอยู่รอดให