นครมหาสันติเงียบสงัด ผู้คนล้วนพักผ่อนออมกำลังรอคอยสงครามหฤโหดในวันพรุ่ง วันนี้ม่านนํ้าจะคงอยู่เป็นวันสุดท้าย ในช่วงสามวันมานี้กองโจรตระกูลหมิงทดลองจู่โจมสองครั้ง แต่ไม่อาจทะลวงผ่านม่านนํ้าเข้ามาได้
ในม่านวิกาล ประกายแสงจากแผนผังปิศาจกระเพื่อมไหวเป็นระลอก
จั่วมือไม่สดใสร่าเริงเหมือนเช่นปกติ มันสีหน้าขรึมเคร่ง สายตาที่สาดประกายเป็นคงคราวเต็มไปด้วยความคมกล้า คล้ายมองทะลุทะลวงเข้าไป ถึงจิตใจผู้คน
“เจ้าคิดอะไรมาก” สุ้มเสียงอ่อนหวานของเสียกงจู่ดังมาจากเบื้องหลัง นางเดินชดช้อยเข้ามาถึงข้างกายนิ้วมือ แล้วทรุดนั่งลงเคียงคู่
“ข้าก็ไม่ทราบว่าคิดอะไร” จั่วม่อสั่นศีรษะด้วยสีหน้าเลื่อนลอยอยู่ บ้าง
“เจ้าก็มีช่วงเวลาที่ไม่ทราบด้วยรึ?” เสียกงจู่แปลกใจเล็กน้อย นางแย้มยิ้มพลางกล่าว “ข้านึกว่าเจ้าจะมีทางออกทุกครั้ง มีความเชื่อมั่นตลอดกาล!”
มองดูจั่วม่อที่เงียบขรึม ใบหน้าคล้ายผอมซูบลงไม่น้อยระหว่างการครํ่าเคร่งเตรียมการรบในช่วงสามวันมานี้ เสียกงจู่ถามหยั่งเชิง “ศึกในวันพรุ่งนี้เจ้ามีความเชื่อมั่นหรือไม่?”
“ไม่มีเลย” จั่วม่อสั่นศีรษะ ไม่คิดปิดบังนาง “ข้าเที่ยวถามไถ่ผู้คนไม่น้อยเพื่อสืบหยั่งดูว่ากองโจรตระกูลหมิงที่แท้ร้ายกาจสักเท่าใด ค่อยทราบ ว่ากองทัพของพวกมันสามารถจัดอยู่ในสามสิบสุดยอดแห่งดินแดนร้อยเถื่อน พวกมันทั้งหมดล้วนเป็นคนเดนตายที่โหดเหี้ยมอำมหิต พิชัยยุทธ์ที่พวกมันชมชอบทั้งแกร่งกร้าวและดุดัน พวก