ายังพวกมันใหญ่โตอย่างน่าตระหนก ดูจากขนาดของกระบวนทัพ สมควรมีไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นคน!
“เปี๋ยหาน เตรียมรับศึก” จั่วม่อยามนี้ไม่มัวมาเกรงอกเกรงใจอีก ออกคำสั่งทันควัน
ใบหน้าเย็นชาของเปี๋ยหานยังคงไร้อารมณ์ เพียงผงกศีรษะรับคำ แล้วหมุนตัวจากไป
“คุณหนูเขิง! โปรดมอบให้ข้าบัญชาการหน่วยองครักษ์ดาวสวรรค์ ของเจ้าด้วย!” จั่วม่อกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง
เขิงเหลียนเอ๋อร์ไม่เปลืองว่าจามากความ เพียงตวาดอย่างเฉียบขาด “โซ่วผิง”
“ผู้น้อยอยู่!” โซวผิงก้าวออกมาจากแถวทัพในบัดดล การต่อสู้ของ คุณหนเมื่อสักครู่ขวัญมันจนแทบขวัญฝ่อตาย มิหนำซํ้าพลังฝีมือที่ คุณหนูสำแดงออกมายังทำให้มันตื่นตะลึงจนพูดไม่ออก
ที่แท้คุณหนูบรรลุถึงระดับชั้นอันร้ายกาจถึงเพียงนี้แล้ว
“นับแต่นี้เป็นต้นไป เจ้าจะอยู่ภายใต้การบัญชาการของเซี่ยวม่อ เกอต้าเหริน มันผู้ใดไม่เชื่อฟัง ล้วนประหารฆ่าโดยไม่ละเว้น!” เขิงเหลียนเอ๋อร์กวาดมองโซ่วผิงแวบหนึ่ง ถ้อยคำอันเหี้ยมเกรียมเหล่านี้เอ่ยออกมา ด้วยสุ่มเสียงอ่อนเบาตามปกติ
โซ่วผิงใจสั่นสะท้าน รีบตอบรับอย่างนอบน้อม “ขอรับ!”
“กองโจรตระกูลหมิง! กองโจรตระกูลหมิงบุกโจมตีแล้ว!” บนท้องฟ้า ฝูงชนเผ่าปิศาจหลายตนพุ่งลงมาล้มลุกคลุกคลาน พวกมันใบหน้าซีดขาวเหมือนคนตาย เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึง
“กองโจรตระกูลหมิง!” นครมหาสันติเดือดพล่านในบัดดล กระทั่งจูเข่อกับพวกทั้งสามที่เป็นยอดฝีมือ ยังสีหน้าแปรเปลี่ยนกลับก