ีประกายอันน่าดู นาง เพ่งมองท้องฟ้า กล่าวราวรำพึงรำพัน “ข้าต้องอาจหาญกว่านี้ ตระกูลอาน เหวยเป็นผลงานชั่วชีวิตของบิดาข้า วิธีการที่ดีที่สุดในการแสดงความ เคารพรักที่ข้ามีต่อท่านพ่อก็คือสืบทอดความปรารถนาสุดท้ายของท่าน พ่อ สร้างความรุ่งโรจน์ให้แก่ตระกูลอานเหวย ข้าจะต้องยืนหยัดขึ้น ไม่ ยอมอ่อนข้ออีกต่อไป ข้าจะไม่เป็นเพียงหุ่นเชิดอีกแล้ว แต่ข้าจะต้องเป็นจู่เหรินที่แท้จริงของตระกูลอานเหวย!”T
หญิงรับใช้วัยกลางคนหลังจากตะลึงลาน ดวงตาค่อย ๆ กลายเป็นนุ่มนวลลง หลังจากที่บิดาของเสียกงจู่ล่วงลับไป สภาพหดหูท้อแท้ของโฉม สะคราญนางนี้ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ดีไปกว่านางอีก
นางเงียบงันไปชั่วอึดใจ ก่อนจะกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ข้าจะนำเจ้าฝ่าออกไปให้จงได้! “
สุ่มเสียงของนางเต็มไปด้วยความแน่วแน่เด็ดเดี่ยวที่ยากจะพบพาน
เสียกงจู่หันไปมองเงาร่างของบุรุษผู้มอบความกล้าหาญให้แก่นาง พลันแย้มยิ้มอย่างซุกซน “ข้ามีหนทาง”
“เจ้ามีหนทาง?” หญิงรับใช้วัยกลางคนงงงันวูบ
“พวกมันล้อมเราไว้แล้ว” เหมียวจุนสีหน้าหนักอึ้งเคร่งเครียด
มันในฐานะแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทองย่อมมีสายตากว้างไกลกว่าผู้อื่น มันสังเกตเห็นอย่างรวดเร็ว กองโจรตระกูลหมิงไม่เพียงมาจากทางด้านหน้า แต่ทั้งด้านหลังและสองฟากข้างล้วนปรากฏขบวนทัพขึ้นพร้อมกัน เห็นได้ว่าฝ่ายตรงข้ามตั้งใจจะไม่ปล่อยให้ผู้ใดหลุดรอดไปได้
นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้พบเห็นกองโจรตระกูลหนึ่งในคำร่ำลืออารมณ์