กอยู่ก็อยู่ด้วยกัน หากต้องตายก็ขอตายด้วยกัน!”
“แค่ก แค่ก แค่ก!” เหมียวจุนที่ด้านข้างพอฟังถึงกับสำลักกระอัก กระไอเสียกงจู่เป็นโฉมสะคราญล่มเมือง เสน่ห์รัดรึงใจของนางในชั่วขณะ นี้กระทั่งยอดฝีมือที่ชืดชาเช่นมันยังรู้สึกทนทานรับไม่ได้อยู่บ้าง
แต่จั่วมอในยามนี้ไม่ได้รับผลกระทบจาก “วิชาลวงตา” ของนางในใจ มันกำลังครุ่นคิดถึงสารพัดวิธีที่จะใช้บุกฝ่าเอาชีวิตรอด
มันย่อมไม่ปฏิเสธการเข้าร่วมของเสียกงจู่ในใจมันเสียกงจู่เป็นสหาย ของมัน มิหนำซํ้ามันยังติดหนี้บุญคุณนาง ไหนเลยจะทนดูนางถูกฝูงโจรรม ฉีกทิ้งได้ มันขบคิดแวบหนึ่งจากนั้นกล่าว “องครักษ์ของเจ้ามีมากน้อยเท่าใด?”
“ราวสามร้อยคน”
“ให้ข้าสั่งการพวกมัน” จั่วม่อไม่เปลืองวาจามากความ
“เช่นนั้นก็ประเสริฐ” เสียกงจู่มีความตั้งใจเช่นนี้อยู่แล้ว
จั่วม่อทอดตาแววชื่นชมวูบหนึ่ง เสียกงจู่ช่างตัดสินใจได้รวบรัด หมดจดนัก
ทหารองครักษ์ของเสียกงจู่รวมตัวกันอย่างรวดเร็ว พวกมันเมื่อถูกวาง ลงในมือของจั่วม่อ จั่วม่อก็เรียกให้พวกมันไปอยู่ภายใต้การนำของเหมียวจุนทันที
ในเมื่อมีแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทองอยู่ผู้หนึ่ง ย่อมมิอาจปล่อยให้ อยู่ว่างได้
เรื่องราวที่ตามมาหลังจากนั้น กลับอยู่นอกเหนือจากความคาดหมาย ของจิ๋วต่อไปมาก อาจเป็นเพราะกองพันบาปเคราะห์ของเปี๋ยหานมีจำนวนมากกว่าขุมกำลังใดในเมือง สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือต่อจากเสียกงจู่ยังมี ผู้คนจำนวนมากมาขอเข้าร่วมกับมันเช่นกัน
เมื่อส