นขาด ไม่ต่างจากถูกสัตว์ยักษ์พุ่งชนใส่! กระทั่งพวกจูเข่อสามยอดฝีมือยังแทบไทอาจยืนหยัดมั่น ทุกผู้คนเหยียบยํ่าหนัก ๆ ถอยหลังไปหลายก้าว ต้องเร่งเร้าพลังทั่วร่างถ่วงรั้งตัวเองเอาไว้ แต่ละคนหน้าซีดเผือดปราศจากสีเลือด
ต่อหน้าเจตจำนงกระบี่อันน่าประหวั่นพรั่นพรึงถึงเพียงนี้ แม้แต่พวก มันยังอดสยิวกายอย่างหนาวเหน็บไม่ได้
คลื่นกระแทกอันน่าหวาดหวั่นดุจกำแพงเหล็ก ม้วนกวาดทั่วนครมหา สันติในชั่ววูบเดียว
รอจนแสงเจิดจ้าบาดตาจางหายไป มองเห็นภาพที่เผยออกมาต่อหน้า ต่อตาของพวกมัน คนทั้งหมดล้วนหน้าเผือดสี เห็นสิ่งปลูกสร้างในนครมหาสันติที่สูงชันอยู่บ้างมากกว่าครึ่ง ล้วนถูกฟันขาดเป็นทางยาวสุดลูกหู ลูกตา
แต่รอจนพวกมันฟื้นตื่นจากความตะลึงลาน ก็พากันหันขวับกลับมา มองบริเวณป่าศิลา เห็นหลินเชียนยืนหยัดอย่างทระนงดุจกระบี่เล่มหนึ่ง
เซี่ยวม่อเกอยืนเผชิญหน้ากับหลินเชียนอย่างไม่ครั่นคร้ามยำเกรง ระหว่างเซี่ยวม่อเกอกับหลินเชียน เป็นกรงเล็บพิฆาตมังกรตั้งตระหง่าน ขวางอยู่เบื้องหน้า พื้นดินโดยรอบคนทั้งสองสูญสลายไปสิ้น มีเพียงพื้นดิน บริเวณที่เซี่ยวม่อเกอยืนหยัด ยังคงอยู่ในสภาพเดิม มองผ่าน ๆ เหมือนชิ้น ขนมเปี๊ยะที่ถูกผ่าแยกจากแผ่นดินออกมาเสี้ยวหนึ่ง และแผ่กว้างออกไปด้านหลังเซี่ยวม่อเกอ
ที่แท้ภายใต้กระบวนท่ากระบี่สะท้านฟ้าดินของหลินเชียน จั่วมอใช้ กรงเล็บพิฆาตมังกรเข้าต้านรับ
ในชั่วเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นตาย มันเร่งโคจรพล