ย่างเกียจคร้านแวบหนึ่งจากนั้นหลับตาลงตามเดิม สีหน้าผ่อนคลายสบายอารมณ์
ชีเตียวอวี่ก็กวาดตามองทหารยันต์ทองคำดำแวบหนึ่งเช่นกัน พอเห็นท่าทางถือดีของอีกฝ่าย ต้องหนังตากระตุกวูบ “สมควรมีฝีมือคู่คี่ก้ากึ่งกัน”
“นั่นปะไร หากเจ้ามีพลังฝีมือสูงล้าหาผู้ใดเทียบได้ ข้าทำข้อตกลงกับเจ้าย่อมเป็นเรื่องอันประเสริฐ แต่เจ้ากระทั่งความมั่นใจในการเอาชนะพวกนางสักคนยังไม่มี แม้ว่าข้าอยากตกลงการค้ากับเจ้า แต่ดูเหมือนไม่อาจได้ราคาที่สมน้าสมเนื้อ” จั่วม่อกล่าวด้วยสีหน้าเสียอกเสียใจ “ข้าเมื่อมียอดฝีมือสองคนอยู่ข้างกายตั้งแต่แรก แม้ว่าเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง อาจสามารถช่วยเพิ่มขุมกำลังของข้า แต่ก็ไม่ถึงกับก้าวขึ้นสู่ระดับชั้นใหม่ ยิ่งไปกว่านั้น อย่าลืมว่าข้ายากจะไว้ใจเจ้าได้ เจ้าเรียกร้องมากเกินไป แต่จ่ายออกมาน้อยเกินไป ข้าเซี่ยวม่อเกอไม่เคยทำการค้าขาดทุนมาก่อน”Page 150 of 937
“ข้ามีข่าวสาร” ชีเตียวอวี่ฝืนระงับใจให้สงบเยือกเย็น
จั่วม่อกลับทำท่าแบสองมือ “แต่เจ้าไม่ใช่คนเดียวที่มีข่าวสาร ขณะที่ตัวข้ามีเพียงคนเดียว”
ประโยคสุดท้ายของจั่วม่อกล่าวแฝงความนัยอันลึกล้า แรกเริ่มเดิมทีมันเพียงต้องการพาตัวออกห่างจากมรสุมอันสับสนยุ่งเหยิงโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ นึกไม่ถึงว่าพวกอาเหวินกลับหายสาบสูญไป บีบบังคับให้มันต้องจำยอมนั่งอยู่ท่ามกลางพายุ และนับตั้งแต่มันตระหนักว่าตัวมันเองกลับกลายเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าสู่หอสมบัติมหาสันต