ย่างพอใจ “ไม่เลว หากเจ้าช่วยเล่ยหมิงได้สำเร็จ ข้าจะให้เจ้ากลายเป็นศิษย์ในนิกาย”
ในขณะนั้นเอง หลินลั่วเวยในชุดขาวสะอาดราวหิมะ เดินมายังซูเฉิน พลางส่งเสียงผ่านจิต
“ซูเฉิน ข้าขอร้องเจ้าเรื่องหนึ่งได้หรือไม่?”
ซูเฉินหันไปมองนาง ก่อนมองไปยังหลินชิงชิงที่อยู่เคียงข้างนาง ก็เข้าใจในทันที
“องค์หญิง ต้องการให้ข้านำองค์หญิงชิงชิงเข้าสู่ตำหนักสวรรค์มรดกสินะ?”
“ถูกต้อง!”
หลินลั่วเว่ยพยักหน้า “ตำหนักสวรรค์มรดกแห่งนี้คือสถานที่ที่นักบุญมังกรเพลิงทิ้งไว้ และชิงชิงมีร่างวิญญาณมังกรเพลิง เป็นทายาทของเขา หากเจ้านำชิงชิงเข้าไป โอกาสได้รับมรดกย่อมมากกว่าใคร เจ้าจะรับไว้ก็ได้ ขอเพียงเปิดโอกาสให้ชิงชิงปลุกสายเลือดให้ตื่นขึ้น!”
เสียงของนางเจือด้วยความเว้าวอน
“ได้สิ!”
ซูเฉินตอบตกลงทันทีโดยไม่ลังเล
หลินลั่วเว่ยคือสตรีคนแรกที่เขาเคยแนบชิดทั้งสองภพชาติ ย่อมต้องตอบแทนบุญคุณนี้
เมื่อเห็นซูเฉินตอบรับง่ายดาย หลินลั่วเวยก็อดแปลกใจไม่ได้ นางจ้องตาเขาอย่างลึกซึ้ง “ขอบใจมาก ถือว่าเป็นบุญคุณที่ข้าติดค้างเจ้าไว้”
ซูเฉินหัวเราะเบา ๆ “เจ้าจะพูดให้ห่างเหินไปถึงเพียงนี้ทำไม? เจ้าเป็นผู้หญิงของข้าแล้ว เราเป็นครอบครัวเดียวกัน จะคิดบัญชีกันทำไม?”
ใบหน้างดงามของหลินลั่วเว่ยแดงก่ำ นางถลึงตาใส่เขาแล้วหมุนกายเดินหนีอย่างรวดเร็ว
“พี่ซูเฉิน ข้ารบกวนเรื่องมรดกครั้งนี้ด้วยนะเจ้าคะ!”
หลินชิงชิงยิ้มหวาน กล่าวกับเขาอย่างอ่อนโยน
ครืน!
ข