นดีผู้หนึ่ง!
เพียงออกจากประตูได้ไม่นาน มันพลันได้ยินเสี่ยวกั่วที่ใต้วงแขนเอ่ยปากถามด้วยเสียงสั่นสะท้าน “ศิษย์พี่ เป็นท่านใช่หรือไม่?”
จั่วม่อชะงักกึก ยกมือขึ้นลูบศีรษะเสี่ยวกั่วอย่างนุ่มนวล “เสี่ยวกั่วชาญฉลาดยิ่ง”Page 5 of 10
เสี่ยวกั่วไม่อาจสะกดกลั้นอีกต่อไป นางโถมเข้ากอดจั่วม่อ พลางร่าไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ ไม่ต่างจากเด็กน้อยได้พบพานญาติสนิทในแดนไกล นางกอดรัดจั่วม่อเอาไว้แน่น น้าหูน้าตาทะลักทลายไม่ขาดสาย
จั่วม่อทอดถอนใจอย่างหดหู่ เฝ้าตบหลังเสี่ยวกั่วเบา ๆ เป็นเชิงปลอบประโลม หลี่อิงฟ่งจนถึงยามนี้ค่อยตั้งสติได้ บนใบหน้านางทอแววทั้งเหลือเชื่อทั้งปิติยินดี “ศิษย์พี่จั่ว ท่านคือศิษย์พี่จั่วจริง ๆ?”
จั่วม่อกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “ศิษย์พี่หญิงหลี่ ข้าคุ้นชินกับการที่เจ้าเรียกข้าว่าศิษย์น้องจั่วมากกว่า”
หลี่อิงฟ่งเองก็สุดจะสะกดกลั้นอีกต่อไป นางร่าไห้ด้วยความปลาบปลื้มยินดีระคนโล่งใจ
จั่วม่อไม่ทราบจะปลอบโยนพวกนางอย่างไร ได้แต่ตบหลังพวกนางเบา ๆ
บนท้องถนนมีผู้คนไม่มากนัก ทั้งหมดล้วนจรดจดจ่ออยู่กับการเผชิญหน้าระหว่างชีเตียวอวี่กับหนานเหมินเสวี่ยที่กลางเวหา ดังนั้นไม่มีคนสนใจพวกมัน
จั่วม่อพลันชะงักกึก กล่าวเบา ๆ ว่า “มีศัตรูอยู่ที่นี่” มันกวาดตามองรอบข้างอย่างระมัดระวัง ค่อย ๆ วางเสี่ยวกั่วกับหลี่อิงฟ่งลง ทั้งสองพอฟังต้องหยุดเสียงร่าไห้ทันควัน
ทันใดนั้นทิวทัศน์รอบข้างพลันบิดเบี้ยว ต้นไม้ข้างทางราว