รก็ไร้ประโยชน์ ยอมจำนนเสียแต่โดยดีเถอะ” หุ่นโคลนหัวร่ออย่างลี้ลับ
จั่วม่อทันใดนั้นบังเกิดความรู้สึกว่าสองเท้ากลายเป็นหนักอึ้ง ทั้งร่างจมลงอย่างช้า ๆ ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อใด พื้นหินแข็งใต้ฝ่าเท้าของมันกลับกลายเป็นโคลนเหลวราวกับบึงโคลนบ่อหนึ่ง
ภายใต้บึงโคลนส่งแรงดึงดูดอันแข็งกล้าออกมา ฉุดกระชากร่างของพวกมันทั้งสามให้จมลงไป
แปลกประหลาดยิ่ง!
ความรู้สึกคล้ายกร่อนสลายแผ่ซ่านขึ้นมาจากเท้า กลิ่นอายแปลกๆแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของจั่วม่อดุจแมลงชอนไช เสี่ยวกั่วกับหลี่อิงฟ่งใบหน้าซีดจนขาว พลังบำเพ็ญเพียรของพวกนางอ่อนด้อยเกินไป ต่อหน้าเขตแดนอันทรงพลัง พวกนางเปราะบางเป็นที่สุด
จั่วม่อฉุดรั้งพวกนางทั้งสองขึ้นจากบึงโคลน แบกพวกนางไว้บนหลังของมันแทน อาศัยสังขารปิศาจอันแกร่งกร้าวของมัน เพิ่มน้าหนักของดรุณีน้อยสองนางไม่นับเป็นอะไรได้
แต่มันพอกระทำเช่นนี้ ร่างของมันจู่ ๆ จมดิ่งลงไปมากกว่าเดิม
มันจมลึกลงไปในบึงจนถึงหน้าแข้ง กลิ่นอายลี้ลับเย็นเยียบไม่ต่างจากฝูงแมลงประหลาดที่คลุ้มคลั่ง เจาะทะลวงเข้าไปในร่างของมันอย่างไม่หยุดยั้ง แต่เมล็ดผลึกสุริยันในกายจั่วม่อ ไหนเลยจะยินยอมให้ดินแดนของตนถูกรุกราน มันส่งกระแสเพลิงหลายสายออกมาทำการกวาดล้างในทันทีพลังเย็นอันลี้ลับชั่วร้ายถูกทำลายสิ้นในพริบตาPage 8 of 10
จั่วม่อถือครองเมล็ดผลึกสุริยัน ทั้งยังสำเร็จสังขารปิศาจอุปกรณ์สวรรค์สิบอีกา พลังชั่วร้ายทุกประเภทไม่อาจรุกล้