ไป
จั่วม่อพบว่ามันไม่สามารถตามความคิดของผู้อื่นได้ทัน จริงสิ มันไฉนไม่กล้ามองดูนาง?
มันเบิกตากลมกว้าง เริ่มเพ่งมองเสียกงจู่อย่างเอาจริงเอาจัง
งดงามเหลือเกิน… …นี่มัน… …ความรู้สึกนี้… …ไฉนข้ารู้สึกลำคอแห้งผาก ร้อนรุ่มแปลก ๆ … …
นี่มันเวทวิชาลวงตา!
จั่วม่อสะท้านขึ้นทั้งร่าง
เสียกงจู่เฝ้ามองสีหน้าจั่วม่อแปรเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ อดระเบิดหัวร่องอหายไม่ได้ ชั่วพริบตานั้นนางน่าดูยิ่ง รอยยิ้มของนางราวกับจะบันดาลให้ทั้งห้องสดใสกระจ่างจ้าจั่วม่อแทบไม่อาจละสายตาจากนาง ลมหายใจกระชั้นเร่งร้อนขึ้นมา
บัดซบ…ก็แค่… …แค่เวทวิชาลวงตา… …คิดหรือว่าจะเอาชนะเสี่ยวม่อเกอผู้นี้ได้… …แต่ว่า… …ช่างร้ายกาจเหลือเกิน… …
“มาเถอะ อย่ามัวแต่ทำหน้าพิลึกเช่นนั้นอยู่เลย มาลองลิ้มรสสุราอิ่นเยี่ย (ลากราตรี) ของข้าดูบ้าง นี่เป็นสุราพื้นบ้านที่มีชื่อเสียงของแดนปิศาจPage 2 of 11สามารถเทียบได้กับสุราปิศาจเมิ่งผอ น่าเสียดายที่ข้ามีเพียงขวดเดียวเท่านั้น วาจาขอกล่าวล่วงหน้า หลังจากดื่มหมดสิ้น เจ้ามิอาจโทษว่าข้าตระหนี่ถี่เหนียวได้” เสียกงจู่รินสุราให้แก่จั่วม่ออย่างยิ้มแย้ม นางผิวพรรณขาวผ่องปานเย้ยหิมะ นวลเนียนดุจกระเบื้องเคลือบเนื้อดี ร่างโน้มเอนมาทางจั่วม่อเล็กน้อบ เผยร่องหุบเขาลึกล้าระหว่างทรวงอกของนาง คล้ายตั้งใจคล้ายไม่เจตนา แต่ดูเหมือนว่าจะแฝงไว้ด้วยมนต์ขลังที่ทำให้ผู้คนลุ่มหลงตายโดยไม่ทันรู้สึกตัวจั่วม่อรู้สึกร่างกายท่อนล่า