ราเคยต้องต่อสู้กับผู้อื่นด้วยหมัดของเราตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
เหล่านายน้อยล้วนเป็นบุคคลอันชาญฉลาด พอฟังดวงตาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
ถูกแล้ว!
พวกมันไหนเลยจะเคยถูกบีบบังคับให้ต้องต่อสู้กับผู้อื่นด้วยตัวเอง?
สิ่งที่พวกมันจะต่อสู้ ก็คือด้วยศักดิ์ฐานะของบิดา ด้วยความมั่งคั่งร่ารวย ข้าทาสบริวารและอำนาจบารมีของตระกูล! พวกมันเคยต้องประชันขันแข่งด้วยพลังฝีมือของตัวเองตั้งแต่เมื่อใด?
หวังคุนกล่าวด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น “เสิ่นอวี้ประเมินตัวเองสูงส่งเกินไป ทายาทแห่งตระกูลเสิ่น ช่างโง่เขลาที่มันไปต่อสู้กับเซี่ยวม่อเกอด้วยตัวเอง! ร่างกายของพวกเรามีค่าพันตำลึงทอง ไม่สมควรพาตัวเข้าเสี่ยงอันตราย! เราทุกคนล้วนมีคุณค่าดั่งทองคำ ล้าค่าสุดเปรียบปาน พาตัวเองเข้าแลกกับไหดินชั้นต่า ไม่เรียกว่าโง่เขลาจะเรียกว่าอะไร?”
“พี่หวังกล่าวได้ดี!” ผู้คนพากันร้องชมเชย วาจาเหล่านี้ตรงใจพวกมันเป็นที่สุด
“ผู้น้องเพิ่งจะได้คิด จึงรีบนำมาปรึกษาหารือกับทุกท่าน” หวังคุนกล่าวถ่อมตัว จากนั้นสุ้มเสียงเปลี่ยนเป็นเร่งเร้า “เมื่อเราตระหนักถึงข้อได้เปรียบของเรา จากนั้นก็ง่ายดายแล้ว สามกงจู่ต้องการทาบทามเซี่ยวม่อเกอเข้าร่วม แต่มันมีเพียงคนเดียว แตกต่างจากเรา หากพวกเรารวมกำลังกัน พลังอำนาจที่สำแดงออกมาย่อมไม่ใช่สิ่งที่เซี่ยวม่อเกอผู้เดียวจะPage 3 of 11สามารถเปรียบเทียบได้ ข้าเชื่อว่าด้วยสติปัญญาของกงจู่ทั้งสาม แทบไม่ต้องขบคิดอันใดก็ต้องมอ