พวกมันพอนึกวาดภาพตามที่หวังคุนกล่าว ต้องรู้สึกปลาบปลื้มประโลมใจเป็นที่สุด
ทันใดนั้นคนผู้หนึ่งพลันเสนอมาว่า “ไฉนเราไม่จับมือเป็นพันธมิตรสาบานว่าจะฆ่าเซี่ยวม่อเกอให้สิ้นซาก!”
ผู้คนพากันปรบมือเห็นชอบ
หวังคุนในใจยินดียิ่ง แต่ปากกล่าวอย่างเคร่งขรึม “พวกเราเป็นคุณชายจากตระกูลของตน และล้วนมาเพื่อกงจู่ ไฉนเราไม่เรียกตัวเองว่าพันธมิตรคุณชายพิทักษ์บุปผา? ท่านทั้งหลายเห็นว่าอย่างไร?”
ทุกผู้คนผงกศีรษะ ไม่มีผู้ใดเห็นค้าน นามนี้ตั้งได้เหมาะสมเป็นที่สุดแล้ว
พันธมิตรคุณชายพิทักษ์บุปผาก็ก่อตั้งขึ้นด้วยเหตุนี้เอง
“ข้าต้องล่วงรู้แผนการของฝ่ายเจ้า” หนานเหมินเสวี่ยกล่าว
“ย่อมต้องเป็นเช่นนั้น” บุรุษลึกลับตอบสนอง “ตามข่าวสารที่เราได้รับ คิดเปิดหอสมบัติมหาสันติต้องประกอบด้วยเงื่อนไขชุดหนึ่ง แต่จนกระทั่งถึงบัดนี้ พวกเรายังไม่ล่วงรู้ว่ามีเงื่อนไขอันใดบ้าง ทว่าซือเยวี่ยอี้Page 5 of 11สมควรต้องรู้แน่ ดังนั้นเราจึงเฝ้าสังเกตการณ์ซือเยวี่ยอี้ แต่ข้างกายของซือเยวี่ยอี้มีชางเยวียนฮ่าวกับอวี๋ซวงประกบติดอยู่ตลอดเวลา ยิ่งเพิ่มความยากลำบากให้กับงานนี้ แต่สุดท้ายเรายังคงสามารถจับเค้าเงื่อนของข่าวสารบางประการได้”
“พวกเจ้าสืบทราบอันใด?” หนานเหมินเสวี่ยถามด้วยสุ้มเสียงต่าลึก
“ซือเยวี่ยอี้คล้ายสนอกสนใจในตัวเซี่ยวม่อเกอเป็นพิเศษ”
“นั่นไม่แปลกอันใด” หนานเหมินเสวี่ยแค่นยิ้มหยามเหยียด “เซี่ยวม่อเกอเมื่อสามารถปราบพิชิตขนราชานก