มันโยนม๋อเป้ยหลายชิ้นนั้นอยู่ในมือ จากนั้นหันไปยัดใส่มือหลันหยง “จดจำไว้ นำไปซื้อสุราเพิ่มให้แก่ข้าด้วย”
กล่าวจบคำ ก็เมินเฉยอย่างสิ้นเชิงต่อสีหน้ากระอักกระอ่วนของหลันหยง หันไปกล่าวกับเสิ่นอวี้อย่างจริงจัง “ข้าจะบอกแค่ครั้งเดียว อย่าได้ลืมเลือนเสียเล่า ข้าเรียกว่า เซี่ยวม่อเกอ!”
เสียกงจู่พอฟังดวงตาทอประกายประหลาดวูบหนึ่ง ส่วนเสิ่นอวี้แย้มยิ้มอย่างสบใจ
เห็นเสิ่นอวี้แย้มยิ้ม จั่วม่อก็ยิ้มด้วย
Page 11 of 11
นี่เรียกว่าเหยียบย่าจนรองเท้าสึกกร่อนไม่พบพาน ยามได้มากลับไม่ยากเย็นจริง ๆ
ความคิดแรกที่ผุดขึ้นในใจเสิ่นอวี้เป็นเช่นนี้ ระหว่างทางมายังนครมหาสันติ มันต้องทนรับฟังเสียกงจู่กับคนอื่น ๆ ยกย่องชื่นชมเซี่ยวม่อเกอไม่รู้ว่ากี่ครั้งกี่หน จัดวางศัตรูผู้นี้ไว้ในรายชื่อคนที่มันต้องเหยียบย่าให้จมธรณีตั้งแต่แรก
นึกไม่ถึงว่าปิศาจสุราตนนี้ จะเป็นเซี่ยวม่อเกอเอง!
นี่มิใช่สวรรค์เอื้อเอ็นดูมันเป็นพิเศษหรอกหรือ?
เสิ่นอวี้รู้สึกราวกับเลือดในกายกำลังเดือดพล่าน มันถึงกับร่างสั่นระริกเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้นลิงโลด ภายใต้สายตาของคนทั้งเมือง ต่อหน้าเสียกงจู่ มันจะบดขยี้อัจฉริยะที่ก่อให้เกิดหมู่ดาวประทานพรให้เป็นฝุ่นธุลี ไม่ทราบจะเบิกบานสำราญใจถึงเพียงไหน
รอยยิ้มของเสิ่นอวี้ราวกับนักล่าที่ได้พบเหยื่อของมัน มันเลียริมฝีปากส่วนลึกในดวงตาทอประกายอำมหิต กระหายเลือด ป่าเถื่อนและคาดหวังรอคอย!
เพียงแค่คิดก็ตื่นเต้น