นิทดุจป่าช้า ทุกผู้คนรวมทั้งหลันหยงด้วยล้วนปากอ้าตาค้าง พวกมันถูกกระบวนท่าที่ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือนของจั่วม่อขู่ขวัญจนไร้วาจาจะกล่าว
“ห้าสิบม๋อเป้ย ขอบพระคุณ”
เสิ่นอวี้อ้าปากหวอ เบิกตาโปนตาเหม่อมองจั่วม่ออย่างโง่งม รอจนมันตั้งสติได้ ตบ ๆ ไปตามร่างกายของตนอยู่อึดใจใหญ่ ใบหน้าก็กลับกลายเป็นสีแดงฉานปานตับสุกรอีกรอบ มันไม่มีม๋อเป้ยติดตัวแม้แต่ชิ้นเดียว! อาศัยศักดิ์ฐานะอันสูงส่งของเสิ่นอวี้ ระหว่างมาร่วมงานเลี้ยงมันเคยต้องพกพาม๋อเป้ยตั้งแต่เมื่อใดกัน?
หากให้เสี่ยวม่อเกอบ่งบอกถึงผู้คนประเภทที่มันไม่ชมชอบ แน่นอนว่าอันดับแรกจะต้องเป็นคนที่ไม่มีม๋อเป้ย เพราะนี่หมายความว่ามันไม่สามารถรีดเค้นเอาน้ามันจากผู้อื่นได้
ยังจะมีสิ่งใดน่าแค้นใจมากไปกว่านี้อีกเล่า?Page 10 of 11
“กระทั่งห้าสิบม๋อเป้ยยังไม่มี… …” จั่วม่อบ่นพึมพำ สายตาเมามายที่มองดูเสิ่นอวี้เต็มไปด้วยความรังเกียจเหยียดหยาม
ผู้คนมากมายสีหน้าแปลกพิกล เสียงพึมพำของจั่วม่อแม้ไม่ดังนัก แต่ผู้คนในที่นี้ผู้ใดไม่มีโสตประสาทอันยอดเยี่ยม ล้วนได้ยินถนัดชัดเจนกันถ้วนหน้า
“ข้าจะจ่ายแทนมันเอง” สุ้มเสียงเกียจคร้านเย้ายวนดังขึ้นอย่างกะทันหัน จั่วม่อยังไม่ทันมีปฏิกิริยาใด ม๋อเป้ยหลายชิ้นก็ร่วงกราวลงสู่มือของมันอย่างนุ่มนวล เมื่อเห็นว่าผู้เสนอหน้าเป็นผู้ใด เสิ่นอวี๋สีหน้าแปรเปลี่ยนทันควัน การกระทำของเสียกงจู่ทำให้มันตื้นตันใจสุดระงับ!
จั่วม่อยิ้มออกทันที