ยิ่งอัปลักษณ์! ก็ยิ่งอบอุ่นอ่อนโยน!”
เสิ่นอวี้ไหนเลยจะเคยได้รับความอัปยศอดสูถึงเพียงนี้มาก่อน ใบหน้าเปลี่ยนจากแดงก่าเป็นดำคล้า หว่างคิ้วทอแววดุร้ายอำมหิต ดวงตาสาดประกายดุจสายฟ้า สุ้มเสียงเย็นยะเยียบ
“ท่านที่นับถือคือ?”
จั่วม่อที่ยังคงเลอะเลือนเมามาย พอฟังว่าอีกฝ่ายไม่รู้จักมัน ต้องขุ่นข้องใจขึ้นมาทันที ร้องตวาดเสียงดังฟังชัด “เจ้ากระทั่งข้ายังไม่รู้จัก? แล้วยังจะคิดมาคลุกคลีอยู่ในนครมหาสันติอีกหรือไร?” มันดึงหลันหยงเข้ามาใกล้ จากนั้นกระซิบถามด้วยเสียงอันดังว่า “เจ้ามิใช่บอกว่างานเลี้ยงครั้งนี้ต้อนรับแต่คนมีชื่อเสียงเรียงนามหรอกรึ? ไฉนปล่อยให้บุคคลเช่นนี้เข้ามาได้ด้วย?”
เสียงหัวร่อดังกระหึ่มกึกก้องขึ้นอีกครั้ง จั่วม่อในยามนี้คล้ายเต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดใจ โฉมสะคราญหลายนางปิดปากหัวร่อคิกคัก บางนางที่ขวัญกล้าบังอาจสักหน่อยลอบชม้ายชายตาให้แก่จั่วม่อเป็นระยะ ผู้คนทั่วทั้งนครมหาสันติล้วนรู้จักมันดี เนื่องเพราะปรากฏการณ์หมู่ดาวประทานพรเป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจอย่างแท้จริงPage 8 of 11
มองดูใบหน้าที่แทบบิดเบี้ยวของเสิ่นอวี้ หลันหยงไม่เคยรู้สึกว่าเซี่ยวม่อเกอน่ารักถึงเพียงนี้มาก่อน ในใจรู้สึกดียิ่ง มันเบิกบานใจจนแทบกู่คำรามออกมา
ลูกพี่ ดื่มอีกสักหน่อยเถอะ… …
มันแทบคิดหาเหยือกสุราอีกสักเหยือก ยัดใส่มือจั่วม่อเสียเดี๋ยวนี้เลย
ในเวลานี้เอง เสิ่นอวี้ค่อยสงบใจลง มันทราบดีว่าวันนี้มันคงไม่แคล้วต้องเสื