มของพวกมันเส้นหนึ่งยังหนากว่าตัวเจ้าอีก! ความคิดของเจ้าเพ้อฝันยิ่ง!”
เปี๋ยหานไม่ปริปากโต้แย้ง มันทราบกระจ่างว่าวาจาของจั่วม่อไม่มีที่ใดผิดพลาด ไม่ว่ามันจะเก่งกาจสักเท่าใด อาศัยกองพันบาปเคราะห์เพียงทัพเดียวย่อมไม่มีวันทำลายล้างวัดเสวียนคงได้ พวกมันกระทั่งแตะต้องวัดเสวียนคงยังทำไม่ได้ ฝ่ายตรงข้ามมีกองทัพมากพอที่จะค่อย ๆ บั่นทอนกำลังของมัน มิหนำซ้ายังมีค่ายกลป้องกันอยู่ทั่วทุกหนแห่ง
“หากเจ้าไม่สนใจเรื่องการแก้แค้น เพียงแค่มองหาที่ตายที่เหมาะ ๆข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก แต่หากเป็นข้ามีความแค้นลึกล้าดุจห้วงสมุทรต่อวัดเสวียนคงเช่นนี้ หากไม่ก่อกวนพวกมันจนกินไม่ได้นอนไม่หลับก็แปลกไปแล้ว ข้าต้องการให้พวกมันพอได้ยินชื่อเสี่ยวม่อเกอ ก็ต้องร่าไห้น้าตาไหลอาบหน้า จากนั้นถล่มวัดเสวียนคงให้ราบเป็นหน้ากลอง เผามันให้วายวอด โอ้ ฟังดูเข้าทีไม่น้อย!”
เปี๋ยหานสีหน้าแปรเปลี่ยน กำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว
“พี่น้อง นั่นจึงเป็นการแก้แค้นอันชวนสำราญใจ! สิ่งที่เจ้าปรารถนานั่นเรียกว่ามองหาที่ตายของเจ้าเอง เจ้ากำลังมอบความได้เปรียบให้แก่วัดเสวียนคง ช่วยให้พวกมันหมดห่วงไปเรื่องหนึ่งโดยง่ายดาย! นั่นไม่ใช่วิธีแก้แค้นที่ถูกต้อง เราต้องพิจารณาวางแผน จังหวะเวลาที่เหมาะสม ขั้นแรกเราต้องเสริมสร้างความแข็งแกร่งของพวกเราก่อน พร้อมกันนั้นก็บั่นทอนกำลังของอีกฝ่ายไปด้วย ต่อให้ยังไม่สามารถทำลายล้างพวกมัน อย่างน้อยพวกเราควรทำตัวเหมือน