ยากับเว่ยชะงักกึกพร้อมกัน
จั่วม่อใบหน้าเครียดขรึม “อาคมหวงห้ามชั้นสุดท้ายซึ่งเชื่อมต่อกับดวงวิญญาณของปิศาจกองพันบาปเคราะห์ สร้างขึ้นด้วยพลังเทพ”
“พลังเทพ?” ผูเยากับเว่ยสีหน้ากลายเป็นหนักอึ้ง
“วัดเสวียนคงก็บรรลุพลังเทพด้วยหรือ?” เว่ยประหลาดใจอยู่บ้าง
“ข้าไม่รู้ สมควรเป็นพลังเทพที่ยังพัฒนาไม่สำเร็จ” จั่วม่อครุ่นคิดจากนั้นกล่าวว่า “แต่มันเป็นพลังเทพชนิดหนึ่งอย่างแน่นอน ข้าก็อธิบายไม่ถูก พลังปราณที่ข้าใช้ถูกกลืนกินไปจนหมด เนื่องเพราะไม่มีทางเลือกอื่น ข้าถูกบีบบังคับให้ต้องใช้พลังเทพ จึงสามารถสร้างแผนผังปิศาจจนเสร็จสมบูรณ์ได้”
ผูเยาสีหน้ากลับเป็นปกติ มันแย้มยิ้มเย็นชา “วัดเสวียนคงไม่ใช่ตัวโง่งม พวกมันไหนเลยจะไม่ทะยานอยาก ไขว่คว้าหาพลังเทพมาอยู่ในครอบครอง? ทั้งยังอาจไม่ใช่แค่พวกมัน สำนักอื่น ๆ ก็เกรงว่าลอบศึกษาพลังเทพในทางลับด้วยกันทั้งหมด”
จั่วม่อฉุกใจคิด “ที่แท้ความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์ที่สี่สำนักใหญ่ติดตามไล่ล่าผู้สืบเชื้อสายของชนเผ่าโบราณ หรือว่าทำไปเพื่อพลังเทพนี่เอง?”
“ชัดเจนแจ่มแจ้ง!” ผูเยายังคงยิ้มเย็นเยือก “พวกมันล้วนไม่ใช่ตัวดีอยู่แล้ว”
“ระมัดระวังไว้ อย่าให้ผู้ใดล่วงรู้ว่าเจ้าฝึกปรือพลังเทพ” เว่ยเตือนอย่างเคร่งเครียด
“อา ไม่ต้องห่วง คิดจะควบคุมบังคับใช้พลังเทพเหล่านี้ สำหรับข้ายังไม่ใช่เรื่องง่าย” จั่วม่อกล่าวอย่างจนปัญญา จากนั้นเปลี่ยนเป็นหัวร่อฮี่ฮี่เบิกบานใจขึ้นมาทันตาเห็