“ศิษย์น้องเฉิง!” กงซุนชาเดินเข้าไปสวมกอดฉุนอวี๋เฉิงแรง ๆ ฉุนอวี๋เฉิงผู้มักจะหมกตัวอยู่กับกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณของมัน ไม่เคยโผล่หัวออกมาเลย กระทั่งกงซุนชาเองยังไม่ได้เห็นหน้ามันมานานแล้ว
พวกมันทั้งสองติดตามจั่วม่อออกมาจากหมู่เกาะแมกไม้รกร้างนับตั้งแต่อาณาจักขุนเขาน้อยจนถึงอาณาจักรทะเลเมฆ ร่วมทุกข์ร่วมสุขเอาชีวิตรอดมาด้วยกันตลอดเส้นทางอันยาวไกล ความสัมพันธ์ของพวกมันสนิทสนมกลมเกลียวยิ่งกว่าพี่น้องร่วมอุทรเสียอีก
เมื่อฉุนอวี๋เฉิงส่งนกกระเรียนกระดาษบอกว่าต้องการมายังภพปิศาจกงซุนชาอดประหลาดใจอยู่บ้างไม่ได้ ศิษย์น้องผู้นี้ให้เหตุผลว่าการเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณของมันกระทำในภพปิศาจจึงดีที่สุด กงซุนชาล่วงรู้ถึงความบ้าคลั่งในการเพาะเลี้ยงสัตว์ปราณของศิษย์น้องเฉิงดี หาได้ประหลาดใจไม่ ซึ่งความจริงอาณาจักรป่าเถื่อนน้อยก็เป็นสถานที่ที่ค่อนข้างเหมาะสม เนื่องเพราะปากทางฟากหนึ่งอยู่ในอาณาจักรทะเลเมฆและทั้งอาณาจักรแทบจะอยู่ในมือของสือตงอย่างสมบูรณ์แล้ว อย่างไรก็ความ เมื่อพิจารณาถึงด้านความปลอดภัย กงซุนชารู้สึกว่านำศิษย์น้องเฉิงมาอยู่ข้างกายมันจึงจะวางใจได้มากที่สุด ดังนั้นมันเรียกให้ศิษย์น้องเฉิงมายังอาณาจักรเรือนกล้วยไม้แทน
ค่ายทัพในยามนี้สร้างป้อมปราการค่ายกลยันต์เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วมีค่ายจูเชวี่ยเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งยังมีตัวมันเองอยู่ด้วย ต่อให้เทียนหวนบุกมาโจมตี กงซุนชาก็หาได้หวาดเกรงไม่