ลือเชื่อ
?” กงซุนชาพึมพำ จากนั้นโยนเรื่องนี้ไปทางหนึ่ง
ทันใดนั้นเอง สายสืบอีกคนหนึ่งเร่งเหินทะยานเข้ามา มันยังไม่ทันจะลงสู่พื้น สุ้มเสียงเร่งร้อนก็นำมาก่อน “ต้าเหริน เทียนหวนเผชิญการโจมตีอย่างรุนแรง แทบต้านไม่ไหวแล้ว พวกมันส่งคนมาขอความช่วยเหลือ แต่
? พวกมันแตกตื่นลนลานจริง ๆ!”
เห็นสายสืบยังรอคอยคำสั่งของมัน กงซุนชาโบกมือ “ไปบอกพวกมันว่าข้าไม่อยู่”
อาซาเก๋อที่ด้านข้างลอบระบายลมหายใจอย่างโล่งอก ตระกูลซิงหลัวพวกมันผูกพันความแค้นกับเทียนหวนอย่างลึกล้า ในใจมันย่อมไม่ยินดีที่จะให้การช่วยเหลืออีกฝ่าย
กงซุนชารำพึงเบา ๆ กับตัวเอง “เทียนหวนรึ เฮอะ ข้ายินดีให้อาณาจักรศิลาดำอยู่ในมือทัพอสูรมากกว่า!”
ผ่านไปอีกพักใหญ่ สายสืบอีกคนหนึ่งมารายงานเป็นคำรบสาม
“ต้าเหริน! เทียนหวนแตกพ่ายแล้ว สูญเสียอาณาจักรศิลาดำให้แก่ทัพอสูร! กองทัพที่หลงเหลือของพวกมันมุ่งหน้ามาหาเรา!”
อาซาเก๋อแทบเผ่นผึงขึ้น “พวกมันตั้งใจล่อกองทัพอสูรมาที่นี่!”
กงซุนชาแย้มยิ้มเย็นชา “ไม่ต้องไปสนใจพวกมัน แต่การได้ชมดูกองทัพอสูรขบวนนี้กับตา นับเป็นเรื่องดีสำหรับเรา เทียนหวนพ่ายศึกรวดเร็วยิ่ง กองทัพอสูรทัพนี้ไม่รวบรัดธรรมดา!”
หลายชั่วยามให้หลัง เห็นกองทัพที่แตกตื่นลนลานปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า เบื้องหลังพวกมันเป็นกระบวนทัพที่เป็นระเบียบเรียบร้อยของกองทัพอสูร พวกมันดูปลอดโปร่งเฉื่อยชา สลับเปลี่ยนตำแหน่งออกมา
กองทัพอสูรพอเห็นแนวป้องกันอันกล้าแข็