นควัน“ไป! พวกเราไปหาเซี่ยวม่อเกอเดี๋ยวนี้!”
น่าแปลกที่ฟู่ฟงกลับอึกอักลังเล
“มีปัญหาใด?” เปี๋ยหานถามอย่างสงสัยใจ
“เตี้ยนเซี่ย เรื่องนี้จะกล่าวไปก็น่าประหลาด แต่เซี่ยวม่อเกอผู้นี้คลับคล้ายกับคนผู้หนึ่งที่บ่าวเคยพบเจอในโลกซิวเจ่อเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของมันจะผิดแผกแตกต่างอย่างสิ้นเชิง แต่พฤติการณ์และนิสัยใจคอกลับคล้ายคลึงกันยิ่ง” ฟู่ฟงอธิบาย
“อา?”
“คนผู้นี้เรียกว่าจั่วม่อ เป็นศิษย์ของสำนักกระบี่สุญตา สำนักเล็ก ๆ ในอาณาจักรเล็ก ๆ แห่งหนึ่งภายใต้อิทธิพลของคุนหลุน มันมีฝีมือทางค่ายกลอันเลิศล้า บ่าวพบเห็นมันครั้งแรกในงานประลองชุมนุมวิจารณ์กระบี่จากนั้นเคยคบค้าสมาคมกับมันอีกหนที่หมู่เกาะแมกไม้รกร้าง มันผู้นี้ทิ้งความประทับใจให้แก่ข้าน้อยอย่างลึกล้า เตี้ยนเซี่ยคงจดจำได้กระมัง วันที่เซี่ยวม่อเกอขวางทางหลันเทียนหลงที่หน้าประตูเมืองเพื่อชิงตัวทาสซิวเจ่อผู้หนึ่ง เตี้ยนเซี่ยยังบอกว่ามันอาจจะเป็นซิวเจ่อ เรื่องนี้… …” ฟู่ฟงกล่าวอย่างไม่ค่อยแน่ใจ
เปี๋ยหานดวงตาสาดประกายเจิดจ้า พึมพำซ้าไปซ้ามา “จั่วม่อ จั่วม่อเซี่ยวม่อเกอ เซี่ยวม่อเกอ… …เสี่ยวม่อเกอ!8”
ฟู่ฟงงงงันวูบ จากนั้นดวงตากระจ่างจ้าเช่นกัน ร้องอุทานอย่างตื่นตะลึง “เป็นมัน! เป็นมันจริง ๆ?”
“เราจะได้รู้เมื่อไปพบมัน”
เปี๋ยหานกล่าวพลางเดินออกจากห้องอย่างไม่รีรอ
จั่วม่อแม้คาดเดาว่าเหมียวจุนสมควรเป็นแม่ทัพบัญชาการศึกที่มีฝีมือผู้หนึ่ง แต่ร