กหน้าลงกับท่อนแขนที่วางพาดอยู่บนเข่า
มันแม้เป็นเผ่าปิศาจ แต่ไม่เคยล่วงรู้พิชัยยุทธ์และวิธีการต่อสู้ในแบบปิศาจเลย สิ่งที่มันเรียนรู้ สิ่งที่ถูกสอนสั่งมาตลอดสิบเจ็ดปีคือพิชัยยุทธ์ในแบบฉบับของซิวเจ่อ มันทราบว่าตัวมันเองก็ไม่ได้แตกต่างอันใดจากกองพันบาปเคราะห์ เป็นสิ่งที่ไม่สมควรมีตัวตนอยู่ในโลก แม้ว่าอาคมหวงห้ามในกายมันจะถูกลบล้างไปแล้วก็ตาม
พวกมันล้วนเป็นตัวประหลาด ตัวประหลาดที่ไม่สมควรคงอยู่ อาจบางทีจุดจบที่ดีที่สุดสำหรับพวกมัน ก็คือร่างสลายเป็นฝุ่นธุลีภายใต้แสงตะวันอันอบอุ่น อย่าได้หลงเหลือแม้แต่เศษฝุ่นสักส่วนเสี้ยว
ทว่ามันจึงไม่แยแสสนใจ
มันผู้ล่วงรู้แต่วิธีต่อสู้แบบซิวเจ่อ บัดนี้ต้องตกอยู่ในสภาพน่าสังเวชในภพปิศาจอันเป็นบ้านเกิดของตน หากมิใช่ว่ามันยังมีฟู่ฟง อาจบางทีสถานการณ์ของมันคงเลวร้ายยิ่งกว่านี้อีก
มันไม่เคยเกลียดชังตัวเองมากเท่านี้มาก่อน เกลียดชังในความใช้การไม่ได้ของมัน!
ไม่ ข้าไม่ยินยอมพร้อมใจ จะต้องมีหนทาง!
มันเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน ดวงตาสาดประกายเหี้ยมเกรียมสุดเปรียบปาน ประดุจสัตว์ร้ายที่ถูกไล่ต้อนจนตรอกตัวหนึ่ง
ในเวลานี้เอง ฟู่ฟงผลุนผลันเข้ามาอย่างลนลาน
“เตี้ยนเซี่ย! เตี้ยนเซี่ย! บ่าวหาพบแล้ว! เป็นเซี่ยวม่อเกอ! วันนี้ลูกสมุนของเซี่ยวม่อเกอพาตัวคนของเราไปจากหลักศิลาทักษะปิศาจ! มีคนมากมายที่เห็นกับตา!”
เซี่ยวม่อเกอ?
ประกายตาเกรี้ยวกราดของเปี๋ยหานค่อยอ่อนลง มันผุดลุกขึ้นทั