าดชม จะต้องสำนึกเสียใจไปชั่วชีวิต!”
“ฮ่าฮ่า ยังมีเซี่ยวม่อเกอที่ชมชอบก่อเรื่อง! รับรองได้ว่าต้องไม่ใช่เหตุการณ์อันสงบราบเรียบอย่างแน่นอน!”
“ใช่ใช่! เซี่ยวม่อเกอนับตั้งแต่มาถึง ยังไม่เคยไม่ก่อเรื่อง เมื่อมีมันอยู่ที่นี่ นครมหาสันติก็ไม่น่าเบื่อแล้ว… …”
อสูรผมสีส้มผู้กำลังเหลียวมองรอบข้างอย่างกระตือรือร้น พอได้ยินนามคุ้นหูพลันชะงักกึก พุ่งเข้าไปร่วมมุงกับกลุ่มคนที่กำลังสนทนาอย่างออกรสเหล่านั้น แล้วโพล่งถามอย่างกะทันหัน “เซี่ยวม่อเกออยู่ในนครมหาสันติด้วยรึ?”
คนกลุ่มนั้นหยุดมองมัน “ถูกต้อง มันอยู่ในนครมหาสันติมาระยะหนึ่งแล้ว!”
“ฮ่าฮ่า เช่นนั้นก็ประเสริฐยิ่ง! เซี่ยวม่อเกอยังมาร่วมวงกับข้าด้วย!”อสูรผมสีส้มตาเป็นประกาย เรือนผมสีสันสดใสบนศีรษะมันยิ่งเรืองรองกว่าเดิม ราวกับว่ากำลังจะลุกเป็นไฟขึ้นมาจริง ๆ
คนสัญจรกลุ่มนั้นบังเกิดความสนใจขึ้นมาทันที “เจ้ารู้จักเซี่ยวม่อเกอหรือไร
“พวกเราเป็นพี่น้องกัน!” อสูรผมส้มตบอกแรง ๆ พลางกล่าวเสียงดังฟังชัดด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
อสูรควันดำถอนใจเฮือก แอบกระซิบบ่นเบา ๆ “หากผู้อื่นยังจดจำเจ้าได้ก็แปลกไปแล้ว”
มิคาดว่าอสูรผมส้มกลับหูดียิ่ง มันหันมาโบกมืออย่างหยามเหยียด“นั่นเป็นไปไม่ได้ เซี่ยวม่อเกอเป็นพี่น้องที่ดี มีคุณธรรมน้ามิตร!”
อสูรควันดำเหลือกตามองบน พึมพำว่า “คนโง่”
ในไม่ช้าอสูรผมสีส้มก็สอบถามที่อยู่ของเซี่ยวม่อเกอมาได้ เซี่ยวม่อเกอเมื่อโด่งดังขึ้นเรื่อย ๆ