นใจเข้าร่วมกับข้าจริง ๆ?”
“ใช่แล้ว! ต้าเหริน!” เหมียวจุนสีหน้าสงบเยือกเย็น ไม่มีร่องรอยโป้ปดมดเท็จให้เห็นแม้แต่น้อย
จั่วม่อขบคิดวูบหนึ่ง แล้วกล่าว “ข้าบอกต่อเจ้าตามตรง ข้าไม่มีแก่นแท้มรกตเขียวแดนสวรรค์”
“ผู้น้อยคาดเดาออกแต่แรก” เหมียวจุนสีหน้ายังคงสงบราบเรียบ“แต่ไม่ว่าต้าเหรินจะมีแก่นแท้มรกตเขียวแดนสวรรค์หรือไม่ ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอันใด ผู้น้อยเมื่อยินยอมเดิมพันและพ่ายแพ้จริง ก็ยินดีทำตามข้อตกลงอย่างไม่บิดพลิ้ว”
สีหน้าของมันสัตย์ซื่อจริงจัง ราวกับว่ากำลังกล่าวถึงเรื่องราวอันเรียบง่ายรวบรัดประการหนึ่งเท่านั้น
แต่จั่วม่อยังคงรู้สึกว่าเรื่องนี้แปลกประหลาดอยู่บ้าง ทว่าสีหน้าของผู้อื่นก็จริงใจถึงเพียงนั้น มันไม่ว่าจะครุ่นคิดอย่างไร ก็ไม่อาจนึกหาเหตุผลที่อีกฝ่ายยินยอมสวามิภักดิ์แต่โดยดีได้ ดังนั้นตัดสินใจเลิกคิด “เจ้าหาห้องว่างสักห้อง ทำตามใจเจ้าก็แล้วกัน”
“ทราบแล้ว ต้าเหริน!” เหมียวจุนพยักหน้ารับ
เจ้าผู้นี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่? จั่วม่อลูบคาง มองตามร่างของเหมียวจุนที่ลับหายเข้าไปด้านใน อดสับสนงุนงงไม่ได้
คนที่แข็งแกร่งกว่า ยินดีเป็นบริวารของคนที่ฝีมือด้อยกว่า เรื่องเช่นนี้มีอยู่จริง ๆ รึ? จั่วม่อจึงไม่เชื่อ
แต่หากจะบอกว่าผู้อื่นมีเป้าหมายเร้นลับที่คาดไม่ถึง จั่วม่อก็แน่ใจว่ามันไม่มีคุณค่าความหมายพอให้คนเช่นนี้ลดตัวลงมาเพ่งเล็งมัน
เอาเถอะ ปล่อยเลยตามเลยไปก่อนแล้วกัน จะอย่างไรคนเท้าเปล