อเกอด้วยเช่นกัน เพียงแต่นางอัปลักษณ์ยิ่ง ที่น่าแปลกก็คือเซี่ยวม่อกลับปฏิบัติต่อสตรีนางนี้ดีกว่าโฉมสะคราญมาก
ทั้งหลายทั้งมวลนี้ ย่อมตกเป็นข้อสนทนาอย่างออกรสออกชาติ
จั่วม่อไม่ประหลาดใจที่เขิงเหลียนเอ๋อร์ยื่นมือเข้าช่วยชีวิตมัน ลำพังแค่การบำเพ็ญคู่ของพวกมัน เขิงเหลียนเอ๋อร์ก็ต้องคุ้มครองมันเท่าชีวิตตัวเองอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่มันขุ่นเคืองใจยิ่งคือเขิงเหลียนเอ๋อร์กลับพาอากุ่ยไปที่สนามประลองด้วย ทำให้นางตกอยู่ในอันตราย
ทว่าเขิงเหลียนเอ๋อร์เมินเฉยต่อโทสะของมันอย่างสิ้นเชิง เพียงนั่งจิบชาอย่างผ่อนคลายสบายอารมณ์
ทันใดนั้นซู่หลงเข้ามารายงาน “ต้าเหริน เหมียวจุนมาแล้ว”
จั่วม่อพอฟัง ต้องประหลาดใจอยู่บ้าง เจ้าผู้นี้มาจริง ๆ?
กล่าวตามความสัตย์ เมื่อเหมียวจุนประกาศยอมแพ้ ผู้ที่ตกใจที่สุดคือตัวจั่วม่อเอง เนื่องเพราะมันเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าอีกฝ่ายจะพ่ายแพ้จริง ๆ ในยามนั้นมันแทบหมดสิ้นเรี่ยวแรง และแม้ว่าท่าสังหารฟ้าครามไร้ตัวตนของเหมียวจุนจะถูกทำลาย แต่แน่นอนว่าต้องยังมีฝีมืออีกมากมายที่พอจะเชือดมันทิ้งได้เป็นสิบรอบ
สถานการณ์เช่นนั้นเหมียวจุนยังคงเป็นต่ออย่างเต็มที่ แต่มันกลับยินยอมรับความพ่ายแพ้หน้าตาเฉย
เหมียวจุนพอเข้ามาในห้อง พลันประสานมือคารวะต่อจั่วม่ออย่างเป็นทางการ “ต้าเหริน!”
จั่วม่อรู้สึกอึดอัดใจขึ้นมาทันที แต่หากมันไม่ฉวยโอกาส มันก็ไม่ใช่เสี่ยวม่อเกอแล้ว จึงลองถามหยั่งเชิง “เจ้าตัดสิ