มดสิ้น ผู้คนค่อยค้นพบอย่างตื่นตะลึง เวทีประลองอันราบเรียบภูมิฐานหายไปอย่างสิ้นเชิง แทนที่ด้วยกองหินสุมซ้อนเป็นชั้น ๆ แต่ละก้อนหนาถึงหนึ่งจั้ง!
เหมียวจุนเบิกตากว้าง มองดูจั่วม่อที่ยังค้างอยู่ในท่วงท่าต่อยหมัด สีหน้าทอแววเหลือเชื่อ ใบหน้าบัดเดี๋ยวขาวซีดบัดเดี๋ยวเขียวคล้า ท่าสังหารฟ้าครามไร้ตัวตนอันเป็นความภาคภูมิใจของมัน… ถึงกับถูกบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งทำลายลงอย่างซึ่งหน้าเช่นนี้!
เป็นไปได้อย่างไร?
จะเป็นไปได้อย่างไรกัน!
“หมัดอันเกรี้ยวกราดอหังการนัก!” หลันหยงดวงตาทอแววตื่นตะลึงพึมพำกับตัวเองแทบเป็นเสียงกระซิบ
หลันเทียนหลงไม่เอ่ยปาก เพียงจ้องเขม็งไปยังเวทีประลอง สีหน้าตื่นตระหนกอย่างปิดไม่มิด
“มันถึงกับใช้วิธีการอันทื่อด้านเช่นนี้ ทำลายท่าสังหารฟ้าครามไร้ตัวตนของเหมียวจุนได้จริง ๆ!” หลันหยงกล่าวพลางสั่นศีรษะอย่างอัศจรรย์ใจ ทางหนึ่งทอดถอนชมเชย อีกทางหนึ่งยังคงไม่อยากจะเชื่อ “นี่มัน…จริง ๆ แล้ว… จริง ๆ แล้ว…”
หลันหยงหุบปากลง กล่าวอยู่ครึ่งค่อนวันยังไม่ทราบจะบรรยายความรู้สึกของมันอย่างไร
“เจ้าต้านรับหมัดนี้ได้หรือไม่?” หลันเทียนหลงหันมาถามญาติผู้น้องอย่างฉับพลัน
หลันหยงสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย มันหลับตาลง จากนั้นใบหน้าปรากฏสีแดงเรื่อจาง ๆ ชั่วอึดใจให้หลังค่อยลืมตาขึ้น สั่นศีรษะพลางกล่าวอย่างอับจน “ข้าไม่มีปัญญาต้านรับได้!”
“อุปกรณ์สวรรค์สิบอีการ้ายกาจถึงเพียงนี้?” หลันเทียนหลงเพ่งมองเซี่ยวม