่งนานยิ่งชัดเจนขึ้นทุกขณะ!
เป็นความรู้สึกที่ย้อนแย้งสุดเปรียบปาน
สีทองในลูกนัยน์ตามันยิ่งมายิ่งหนาแน่นเข้มข้น พลังสภาวะพุ่งทะยานขึ้นอีกครั้ง!
เหมียวจุนผู้ที่ตลอดเวลาสงบนิ่งมั่นคงดุจขุนเขา พลันสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย เซี่ยวม่อเกอประดุจลูกไฟที่โหมไหม้อย่างร้อนแรง ยิ่งนานยิ่งดุร้าย ยิ่งโหมไหม้มากเท่าใดก็ยิ่งอันตรายมากเท่านั้น!
เหมียวจุนตัดสินใจชิงลงมือทันที!
คำ ‘แก่นแท้มรกตเขียวแดนสวรรค์’ วาบผ่านในใจมัน เจตนาฆ่าฟันในดวงตาเข้มข้นขึ้นในบัดดล
สีฟ้าครามอันแปลกพิสดารแพร่กระจายไปทั่วร่างมันในชั่วพริบตาเดิมตั้งตระหง่านไม่หวั่นไหวเฉกเช่นขุนเขา แต่ยามนี้เหมียวจุนเปลี่ยนเป็นสายลมกระโชกอย่างฉับพลัน สายลมไร้ตัวตนที่ไม่อาจจับต้องได้!
สังขารปิศาจสายลมฟ้าคราม!
ร่างของมันพลันหายวับไปในอากาศธาตุ!
จั่วม่อม่านตาหดแคบลงดุจปลายเข็ม หายไปแล้ว! เหมียวจุนหายตัวไปอย่างสิ้นเชิง! หายไปจากสัมผัสรับรู้ทุกด้านของมัน! ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย!
“เหมียวจุนช่างดุดันอำมหิตแท้ ๆ เพียงแค่กระบวนท่าแรกก็เป็น ‘ท่าสังหารฟ้าครามไร้ตัวตน!’” บุรุษที่มีรูปโฉมคลับคล้ายหลันเทียนหลงอยู่เจ็ดแปดส่วนกล่าวอย่างยิ้มแย้ม คนผู้นี้ไม่กำยำล่าสันเท่าหลันเทียนหลงแต่คนทั้งสองมีรูปโฉมคล้ายคลึงกันมากเกินไป ช่วยให้ผู้คนจดจำมันออกอย่างง่ายดาย คนผู้นี้ยังจะเป็นใครไปได้ นอกเสียจากพี่น้องของหลันเทียนหลง นามว่าหลันหยง
หลันหยงทอดถอนชมเชย “คงต้องบอกว