ี่ปกคลุมไปด้วยม่านหมอก
อากุ่ยยืนนิ่งเงียบงันอยู่ข้างเขิงเหลียนเอ๋อร์ สีหน้าของนางยังคงแข็งทื่อเหมือนท่อนไม้ ไม่ได้รับผลกระทบจากสภาพรอบข้าง ดวงตาว่างเปล่าของนางเพียงจ้องมองจั่วม่อแต่ผู้เดียว
เขิงเหลียนเอ๋อร์เหลือบมองอากุ่ย ทันใดนั้นหวนนึกถึงเศษเสี้ยวความทรงจำที่สะท้านขวัญวิญญาณผู้คนในใจจั่วม่อ ดวงตาของนางยิ่งกลายเป็นลึกล้าสุดหยั่งถึง
“เฮ้ คุณหนู เจ้าเรียกว่าอะไร?” นายน้อยผู้หนึ่งเร่เข้ามา
เขิงเหลียนเอ๋อร์มีวงหน้างดงามปราศจากตำหนิและดวงตาที่สามารถสะกดผู้คนจนลุ่มหลงตายคู่หนึ่ง นางประหนึ่งกล้วยไม้กลางหุบเขา โดดเด่นและเดียวดาย สำหรับนายน้อยเหล่านี้ นางมีแรงดึงดูดใจหาใดเปรียบ!บรรดานายน้อยตระกูลต่าง ๆ เริ่มเร่เข้ามารวมกัน
เขิงเหลียนเอ๋อร์ทำท่าราวกับว่าไม่ได้ยินวาจาพวกมัน ดวงตาของนางเพียงจับจ้องจั่วม่อบนลานประลองโดยไม่คลาดคลา
“ยังจะชมดูไปไย บนนั้นไม่มีอะไรให้ดูแล้ว เหมียวจุนพอใช้กระบวนท่าสังหารฟ้าครามไร้ตัวตนออกมา เซี่ยวม่อเกอก็ชะตาขาดอย่างแน่นอน!น่าเบื่อหน่ายเสียจริง ผ่านมาตั้งหลายปี เหมียวจุนก็ยังคงมีแต่กระบวนท่านี้ ข้าหลงเข้าใจว่ามันจะมีอะไรใหม่ๆ ให้ชมดูบ้าง เสี่ยวเหยียมาเสียเที่ยวเปล่าจริงๆ” นายน้อยผู้หนึ่งบ่นพึมพำ จากนั้นสีหน้าคึกคักกระตือรือร้นขึ้นมาทันที “แต่ยามนี้ต้องขอบคุณมันจริง ๆ ที่ทำให้ข้ามีโอกาสได้พบกับคุณหนูเจ้า!”
เขิงเหลียนเอ๋อร์ไม่แยแสสนใจมัน คล้ายว่าไม่มีสิ่งใดจะมาดึงดูดส