ะกดกลั้นอีกต่อไป ทิ้งตัวลงตบพื้นพลางหัวร่องอหายราวกับว่าเพิ่งได้ฟังเรื่องชวนหัวที่สุดในโลก เสียงหัวร่อคล้ายระบาดใส่ผู้คนได้ แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทุกผู้คนในห้องพากันหัวร่อดังสนั่นหวั่นไหว
“ฮ่าฮ่า! มันคิดทาบทามพี่เหมียว! มันถึงกับคิดทาบทามพี่เหมียว…”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! หูข้าเฝื่อนไปหรือไม่ นี่มันวันอะไรกัน?”
“ฮ่าฮ่า โอย ข้าหัวร่อจนแทบขาดใจตายแล้ว!”
เด็กน้อยผู้หนึ่งถึงกับแล่นมาหาถึงที่ กล่าวอย่างจริงจังว่าคิดทาบทามเหมียวจุนเข้าสังกัด เกรงว่านี่ต้องเป็นเรื่องชวนหัวที่น่าขบขันที่สุดในประวัติศาสตร์ของนครมหาสันติแล้ว
กระทั่งเหมียวจุนยังอดหัวร่อไม่ได้ “ขออภัยยิ่ง ชีวิตข้าในยามนี้ดีมากแล้ว ข้าพึงพอใจพอสมควร”
จั่วม่อพลันเอ่ยว่า “กระทั่ง ‘แก่นแท้มรกตเขียวแดนสวรรค์’ เจ้าก็ไม่สนใจแล้ว?”
รอยยิ้มของเหมียวจุนแข็งค้างในบัดดล ผุดลุกขึ้นทันควัน “เจ้ามี‘แก่นแท้มรกตเขียวแดนสวรรค์’ หรือ?”
จั่วม่อไม่หลบหลีก ดวงตาสาดประกายเจิดจ้า ปลดปล่อยพลังสภาวะแกร่งกร้าวดุดันออกมาอย่างฉับพลัน!
หลัวหลีขังตัวเองอยู่ภายในห้อง
ผิวพรรณซีดเซียวเหมือนคนตายของมันก่อนหน้านี้ เริ่มฟื้นคืนสู่สภาพเดิม เคล็ดความของ ‘กุญแจเป็นตาย’ ไหลผ่านในจิตใจมันอย่างต่อเนื่อง หลายวันมานี้มันคร่าเคร่งศึกษาเคล็ดวิชาที่ไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิงนี้จนแทบไม่ได้พักผ่อน
สำหรับมัน ความตายไม่ใช่เรื่องยากเย็น ทั้งยังไม่ไกลห่างเท่าใด
บางครั้งการมีชีวิต ก็ต้องการค