าวประทานพรแล้ว รัศมีประกายของพวกมันก็กลายเป็นสลัวมัวหม่นลงทันที
เหมียวจุนบางคราถึงกับปรารถนาให้ตัวมันเองก่อเกิดหมู่ดาวประทานพรสักครั้ง แม้ว่าไม่อาจช่วยให้มันบรรลุถึงด่านไสว้ แต่คิดบรรลุพลัง ‘เขตแดน’ สมควรไม่มีปัญหาอันใด
แต่ไม่ว่ามันจะอิจฉาเลื่อมใสสักเพียงใด หลังจากตื่นตะลึงอยู่วันสองวัน จิตใจของยอดยุทธ์ระดับสูงเช่นมันย่อมต้องสงบราบคาบลง ดังนั้นเหมียวจุนพอเห็นจั่วม่อในวันนี้ อดประหลาดใจอยู่บ้างไม่ได้
“เดิมทีข้ามาเพื่อท้าประลองพี่เหมียว”
จั่วม่อพอกล่าวประโยคนี้ออกมา ทั้งห้องก็กลับกลายเป็นเงียบกริบในทันที ถ้อยคำของมันทำเอาผู้คนตกตะลึงพรึงเพริดไปตามๆ กัน
“แต่พอฟังพี่เหมียวแยกแยะสถานการณ์เมื่อครู่ ผู้น้องเลื่อมใสความคิดอ่านมองการณ์ไกลของพี่เหมียวเป็นอย่างยิ่ง จึงเปลี่ยนความตั้งใจอย่างกะทันหัน” จั่วม่อกล่าวอย่างราบรื่นไม่กระดากปาก ประหนึ่งว่ามันเป็นยอดยุทธ์ไร้เทียมทานผู้หนึ่งก็มิปาน ไม่ได้มีทีท่าว่าจะประหม่าขลาดเขลาแม้แต่น้อย
เหมียวจุนจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าน่าขบขันแทบตายแล้ว อดถามอย่างกระตือรือร้นสนใจมิได้ “อ้อ แล้วเจ้าเปลี่ยนความตั้งใจเป็นอย่างไร?”
มันแน่ใจว่าตอนที่ตัวมันยังอายุเยาว์ ไม่ได้อุกอาจบ้าบิ่นถึงเพียงนี้กระมัง
เหล่าสหายคนอื่น ๆ ก็ไม่อาจระงับสีหน้าขบขันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกมันเห็นสีหน้าสุดแสนจะจริงจังของจั่วม่อ บางคนอดหัวร่อออกมา
?
ชั่วอึดใจให้หลัง
“ฮ่าฮ่า!”
คนผู้หนึ่งสุดจะส