มียวจุนจู่ ๆ ดวงสาสาดประกายวาบ ตวาดด้วยสุ้มเสียงลุ่มลึก “เป็นสหายท่านใดให้เกียรติมาเยือน ไยไม่ออกมาสนทนากันสักคำ?”
แปะแปะแปะ!
จั่วม่อเดินเข้ามาพลางปรบมือชื่นชมอย่างเปิดเผย มันไม่ได้เสแสร้งแกล้งดัด แต่บังเกิดความรู้สึกว่าผู้อื่นกล่าวได้ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง สภาพสงครามสามเผ่าพันธุ์อันซับซ้อน กลับถูกวาจาไม่กี่คำบรรยายออกมาอย่างเรียบง่ายชัดเจน แจกแจงทีละประเด็นอย่างกระจ่างแจ้งและรัดกุม ลำพังสายตาคิดอ่านมองการณ์ไกลถึงระดับนี้ ก็เรียกได้ว่าไม่รวบรัดธรรมดามากแล้ว
เสี่ยวม่อเกอมักนิยมชมชื่นบุคคลผู้มีความคิดอ่านเหนือธรรมดา!
“เซี่ยวม่อเกอ!” เหมียวจุนเผยสีหน้าแปลกใจอยู่บ้าง ไม่ใช่แค่มันผู้เดียว เหล่าสหายรอบกายมันพอเห็นว่าผู้มาเป็นใคร ล้วนมีสีหน้าแปลกพิกลขึ้นมาทันที
ทุกผู้คนย่อมต้องรู้จักบุรุษหนุ่มนามกระฉ่อนที่อยู่เบื้องหน้าพวกมัน
นี่มิใช่เซี่ยวม่อเกอที่เพิ่งจะก่อให้เกิดปรากฏการณ์หมู่ดาวประทานพรหรอกหรือ?
จั่วม่อเพ่งมองสำรวจตรวจตราเหมียวจุน เหมียวจุนเองก็พินิจพิจารณาเซี่ยวม่อเกอเช่นกัน
หมู่ดาวประทานพรในค่าคืนนั้นบันดาลให้เหมียวจุนอัศจรรย์ใจไม่น้อย แต่ความรู้สึกที่มากกว่านั้นคือความอิจฉาเลื่อมใส ในด้านของพรสวรรค์ ทั้งมันและบรรดายอดยุทธ์ในทำเนียบปิศาจมหาสันติไม่มีผู้ใดขาดตกบกพร่อง มิเช่นนั้นพวกมันไหนเลยจะถูกจัดอันดับเป็นยี่สิบสุดยอดฝีมือปิศาจมหาสันติได้ แต่เมื่อเทียบกับตัวประหลาดผู้ก่อให้เกิดหมู่ด