ูรปิศาจเคียดแค้นชิงชังซิวเจ่ออย่างลึกล้า ไหนเลยจะยินยอมรับใช้พวกเจ้า?”
กงซุนชาชายตามองอาซาเก๋อ กล่าวอย่างเฉื่อยชาว่า “เช่นนั้นพี่อาซาเก๋อ โปรดรอสักครู่”
ไม่กี่อึดใจให้หลัง ปิศาจฝูงใหญ่ก็พากันเข้ามาปรากฏตัวตรงหน้าแม่นางน้อย ค้อมกายคารวะอย่างพร้อมเพรียง
อาซาเก๋อนิ่งขึงตะลึงงัน ถลึงจ้องเหล่าปิศาจที่เบื้องหน้า แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง!
ปิศาจ! เผ่าปิศาจของแท้แน่นอน! สิ่งที่ชวนตื่นตะลึงยิ่งไปกว่านั้น คือพวกมันล้วนเป็นปิศาจด่านถงหลิ่ง! คนเหล่านี้แม้จะอยู่ในกองทัพของมันก็ยังถือเป็นชนชั้นยอด
ตรงหน้ามันถึงกับมีปิศาจเช่นนี้ถึงหลายสิบตน
“เชื่อว่าพี่อาซาเก๋อคงสามารถเห็นได้ว่าพวกมันเป็นปิศาจสายเลือดแท้ มิหนำซ้าในร่างกายของพวกมันก็ไม่ได้มีอาคมหวงห้ามคอยสะกดอยู่”วาจาของกงซุนชาปลุกอาซาเก๋อให้ได้สติ
อาซาเก๋อจ้องมองปิศาจเหล่านี้ตาเขม็ง แล้วพลันเอ่ยถามด้วยสุ้มเสียงต่าลึก “พวกเจ้าไฉนรับใช้ซิวเจ่อ?”
เอ้อเต๋อขมวดคิ้ว แย้งว่า “ผู้ใดรับใช้ซิวเจ่อ?
?
ตลอดเวลานี้กงซุนชาเอาแต่เมินมองไปทางอื่น แต่ยังลอบสังเกตสีหน้าอาซาเก๋อ ในใจร้องว่า …มีหนทาง!
มันรีบตีเหล็กทั้งยังร้อน นำอาซาเก๋อไปชมดูการสาธิตพิชัยยุทธ์ใหม่ของค่ายจูเชวี่ยทันที
จิตใจอันสับสนงุนงงของอาซาเก๋อกลับคืนสู่ความแจ่มใสในบัดดล มันดวงตาเบิกกว้าง จ้องมองกองทัพที่เหินทะยานอยู่บนฟ้าตาไม่กะพริบ!
มันสามารถมองเห็นได้ว่า โครงสร้างหลักของกองทัพนี้ยังเป็นกองทัพเดิมท