เก๋อวางมือจากรอยแยกแห่งความโกลาหล”
อาซาเก๋อสีหน้าแปรเปลี่ยนทันควัน ประกายตาเคร่งเครียดเย็นชาลง“พี่กงซุนหมายความว่าอย่างไร?”
กงซุนชารู้ดีว่าสิ่งที่มันร้องขอเป็นเรื่องอุกอาจและเกินเลยไปมาก แต่กับเรื่องนี้ย่อมไม่อาจคำนึงถึงเหตุผลได้ มันนิ่งเงียบงันไปครู่ใหญ่ ก่อนจะกล่าวว่า “ผู้น้องถูกเรื่องราวบีบบังคับ มิอาจไม่ทำเช่นนี้ ผู้น้องยินดีชดเชยให้แก่พี่อาซาเก๋อในด้านอื่นแทน”
อาซาเก๋อแย้มยิ้มเย็นชา “เราผู้ต่าต้อยอยากลองฟังดูว่าเป็นเรื่องราวใด!”
กงซุนชาตัดสินใจบอกเล่าสถานการณ์อย่างไม่ปิดบังอำพรางนอกเหนือจากไม่เอ่ยชื่อจั่วม่อแล้ว ที่หลงเหลือล้วนบอกกล่าวอย่างชัดแจ้ง
อาซาเก๋อพอฟังเรื่องราวทั้งหมด โทสะพลันสลายคลาย มันเป็นบุคคลที่มีจิตใจละเอียดอ่อน ย่อมฟังออกว่าวาจาของกงซุนชาล้วนเป็นความสัตย์จริง
แต่มันยังคงต้องสั่นศีรษะปฏิเสธ “พี่กงซุนเป็นสหายที่น่านับถือ ผู้น้องมิอาจบอกว่าไม่หวั่นไหวใจ แต่ทว่าอาณาจักรเรือนกล้วยไม้ที่ฟากโน้นเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของตระกูลข้า แน่นอนว่าไม่อาจวางมือได้ หากพี่กงซุนเพียงต้องการผ่านทางไป ผู้น้องรับรองว่าไม่มีปัญหา”
แม่นางน้อยสั่นศีรษะบ้าง “เราจะต้องส่งกองทัพหนุนเสริมเข้าไปอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังต้องการยอดยุทธ์เผ่าปิศาจมากขึ้น เพื่อเสริมเข้าไปในกองทัพหนุนของเรา เกรงว่าลำพังการผ่านทางคงไม่เพียงพอ”
อาซาเก๋อพลันหัวร่อสนั่นหวั่นไหว “พี่กงซุนช่างจินตนาการบรรเจิดนัก อส