ยนกลับกลาย สายเกินไปที่จะยุติข้อบาดหมางด้วยสันติวิธี
ปู้เกิ้นสงบใจลงทันที ในฐานะแม่ทัพบัญชาการศึกระดับทองผู้หนึ่งจิตใจของมันย่อมแกร่งกร้าวมั่นคงดุจหินผา สีหน้าเผยแววเหี้ยมเกรียม
วิธีจัดการกับอัจฉริยะอายุเยาว์ที่ได้ผลที่สุด คือฆ่ามันเสียตั้งแต่ยังอยู่ในเปลก่อนที่มันจะเติบใหญ่ขึ้นมา อัจฉริยะอายุเยาว์ที่ยังไม่ทันจะเติบโตกล้าแข็ง หาได้มีจำนวนชีวิตมากไปกว่าผู้อื่นไม่
มันตัดสินใจติดต่อกับใครบางคนด้วยตัวเอง
จั่วม่อพลิกดูกองภูเขาเทียบเชิญรอบหนึ่ง จากนั้นสีหน้าสลดลง “ไม่มีเทียบเชิญที่มาจากตระกูลอานเหวย!”
ไม่ใช่แค่เพียงตระกูลอานเหวยเท่านั้น แต่เทียบเชิญเหล่านี้ ไม่มีใบใดที่ส่งมาจากตระกูลระดับสูง เทียบเชิญทั้งหมดล้วนมาจากตระกูลเล็ก
?” จั่วม่อครุ่นคิดด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว
“ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่สะดุดตา” ผูเยาผู้ผ่านพบเรื่องราวใหญ่โตมามากมายสามารถอธิบายได้อย่างง่ายดาย “เจ้าได้แสดงศักยภาพออกมาอย่างยอดเยี่ยมแล้ว แต่ประการแรก ชาติกำเนิดของเจ้าไม่มีผู้ใดล่วงรู้ และประการที่สอง เจ้ายังไม่ผ่านการทดสอบในการต่อสู้จริง ผังเฉินแม้เป็นยอดยุทธ์ลือนาม แต่ทว่าในนครมหาสันติ มันไม่ได้จัดอยู่ในทำเนียบสุดยอดฝีมือ ยิ่งเป็นตระกูลใหญ่เท่าใด ข้อทดสอบของพวกมันก็ยิ่งระมัดระวังและเข้มงวดมากขึ้นเท่านั้น”
จั่วม่อพลันกระจ่างแจ้ง เลิกคิ้วสูงชัน “ที่แท้พวกมันตำหนิว่าข้าไม่แข็งแกร่งพอ
“เจ้าสามารถเข้าใจเช่นนั้นก็ได้” ผูเยาบนใบหน้าฉาย