รอยยิ้มสบายอกสบายใจ “เจ้าแม้สำแดงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ แต่จะอย่างไรศักยภาพก็ยังไม่ใช่ความแข็งแกร่งที่แท้จริง หากศักยภาพไม่อาจกลายเป็นความแข็งแกร่ง มันก็เป็นได้แค่ศักยภาพไปตลอดกาล การแก่งแย่งชิงดีในตระกูลใหญ่เหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่เด็กน้อยเยี่ยงเจ้าจะจินตนาการได้ พวกมันมียอดยุทธ์อายุเยาว์ที่เต็มไปด้วยศักยภาพนับไม่ถ้วน สิ่งที่พวกมันต้องการคือยอดฝีมือแท้จริง ไม่ใช่เด็กน้อยที่มีศักยภาพ!”
“เข้าใจล่ะ!” จั่วม่อผุดลุกขึ้นยืน “ดูท่าว่าข้าจำต้องทุบตีคนเก่ง ๆ สักสองสามคนเสียก่อน จึงสามารถดึงให้พวกมันหันมาสนใจข้าได้”
โดยไม่กล่าวอันใดอีก มันไปหาเสาะหาเถาซิง
มุมมองที่เถาซิงมีต่อจั่วม่อ ยามนี้แปรเปลี่ยนปานพลิกฟ้าคว่าดินนิมิตแห่งฟ้าดินที่เกิดขึ้นเมื่อคืนทำให้มันอัศจรรย์ใจไม่น้อย ในฐานะที่มันเป็นเฉิงจู่ของเมืองหนึ่ง เดิมทีมันยังภาคภูมิถือดีอยู่บ้าง ไม่ว่ามันไปยังที่ใดผู้คนล้วนแสดงความเคารพนับถือต่อมัน แต่บัดนี้ความทระนงตนของมันถูกทำลายสิ้น หมู่ดาวประทานพร นิมิตแห่งฟ้าดินที่มีอยู่แต่เพียงในตำนานกลับปรากฏขึ้นจริงต่อหน้าต่อตามัน
เทียบกับยอดอัจฉริยะอายุเยาว์ผู้นี้แล้ว เถาซิงสำนึกตัวว่ามันไม่มีคุณค่าความหมายอันใดเลยจริง ๆ
สีหน้าท่าทีของเถาซิงเต็มไปด้วยความสุภาพอ่อนน้อม “ต้าเหรินเสาะหาข้ามีเรื่องอันใด
ท่าทีของเถาซิงทำเอาจั่วม่อแปลกใจอยู่บ้าง แต่มันยังไม่ว่างมาขุดคุ้ยเรื่องนี้ เพียงเอ่ยปากอย่างไม่อ้อมค้อม “ช่