้แต่ลอบทอดถอนใจ อัจฉริยะระดับนี้ไม่ใช่ผู้ที่ตระกูลหลันจะรองรับไว้ได้
แต่เมื่อประจักษ์แก่สายตาตัวเองว่าเซี่ยวม่อเกอบันดาลให้เกิดหมู่ดาวประทานพร ทางหนึ่งมันตะลึงพรึงเพริด แต่อีกทางหนึ่งอดหัวร่อฮี่ฮี่ออกมาไม่ได้
เนื่องเพราะมันทราบ วันพรุ่งนี้นครมหาสันติจะยุ่งวุ่นวายมาก!
บรรดาขุมกำลังที่คิดทาบทามเซี่ยวม่อเกอ คืนนี้… …
ช่างสนุกสนานน่าสนใจจริง ๆ!
ในที่พำนักของพวกมัน ทุกผู้คนล้วนอ้าปากค้าง บรรดาลูกสมุนของจั่วม่อสีหน้าปลาบปลื้มประโลมใจไม่ต่างจากเยี่ยหลิง แทบไม่อาจระงับความตื่นเต้นลิงโลดของพวกมันเอาไว้ได้
เถาซิง ถังเฟยและคนอื่น ๆ ยืนเบิกตามองอย่างโง่งม อ้าปากกว้างจนแทบหุบไม่ลง
แต่หากให้บอกว่าผู้ใดตื่นตกใจมากที่สุด คนผู้นั้นคือเขิงเหลียนเอ๋อร์
ในร่างกายของจั่วม่อฝึกปรือพลังอันใด ไม่มีผู้ใดทราบกระจ่างไปกว่านาง แต่ทว่า… …
?
?
ชั่วพริบตาที่จั่วม่อเรียกหาหมู่ดาวประทานพรลงมา ผูเยาเผ่นผึงขึ้นสุดตัวราวกับก้นถูกไฟไหม้ เว่ยผู้วางท่าสงบเยือกเย็นอยู่เป็นนิตย์ยังทะลึ่งตัวลุกขึ้นยืนอย่างลืมวางมาด
“หมู่ดาวประทานพร!”
คนทั้งสองร้องลั่นอย่างพร้อมเพรียง
ดวงตาสีโลหิตของผูเยาเบิกกว้างราวกับเห็นผีสาง สีหน้าเฉื่อยชาของเว่ยก็อันตรธานไปสิ้น มีแต่ความตะลึงลาน
“นี่เป็นไปไม่ได้!”
“มันทำได้อย่างไร?”
ทั้งสองร้องอุทานออกมาอีกครั้ง จากนั้นสบตากันวูบ ต่างฝ่ายต่างพบเห็นความรู้สึกเหลือเชื่อในสายตาอีกฝ่าย
ทั้งสองแหงนหน้าขึ้นม