อง ภายในทะเลแห่งจิตสำนึก เห็นทรายดาวพร่างพรมลงมาดุจหิมะ รอจนเม็ดทรายดาวตกกระทบร่างของพวกมันทั้งสอง เงาร่างของพวกมันก็เริ่มกระจ่างชัดเจนขึ้นทีละน้อย
หลังจากนิ่งงันไปชั่วอึดใจใหญ่ สีหน้าตื่นตะลึงของพวกมันค่อย ๆเลือนหายไป
ผูเยาจู่ ๆ หวนคิดถึงดาวพร่างกลางทิวาที่เคยปรากฏขึ้นเมื่อครั้งกระโน้น นั่นเป็นนิมิตแห่งฟ้าดินครั้งแรกซึ่งเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของจั่วม่อไปตลอดกาล หากมิใช่เพราะดาวพร่างกลางทิวาในครั้งนั้น จั่วม่ออาจไม่เคยออกจากสำนักกระบี่สุญตาเลย
เว่ยดวงตาเป็นประกายเจิดจ้า ดุจดวงดาวบนฟากฟ้ายามค่าคืน “มันเป็นอัจฉริยะที่แท้จริงผู้หนึ่ง!”
เห็นสีหน้าของเว่ย ผูเยากลายเป็นระแวงระวังในทันที มันกล่าวเตือนอย่างเย็นชา “อย่าแม้แต่จะคิด! เฮอะ วิถีของเจ้า ท้ายที่สุดก็มีแต่จะส่งให้มันไปตาย!”
เว่ยพลันสีหน้าแปรเปลี่ยน อุทานเสียงหลง “แย่แล้ว! เมล็ดพันธุ์ทั้งสาม!”
ผูเยางงงันวูบ จากนั้นพลอยหน้าเปลี่ยนสีอย่างรุนแรงไปด้วย!
เจ้านายของคนทั้งสามคือจั่วม่อ!
แท่นหินที่ชำรุดเสียหายค่อย ๆ ส่องสว่างขึ้น
กลิ่นอายสภาวะอันอ่อนจางดุจระลอกน้าบางเบาแผ่ซ่านในอากาศคล้ายมีคล้ายไม่มี
ในถ้าลึกภายในหุบเขาเถาวัลย์พิษ
ทันใดนั้นทรายดาวไหลผ่านชั้นหินเบื้องบน ปกคลุมอยู่เหนือบ่อน้าดำ
บ่อน้าอันสงบเงียบคล้ายถูกปลุกให้ตื่นจากนิทราอันยาวนาน ค่อย ๆพลุ่งพล่านขึ้นทีละน้อย หยดน้าสีดำลอยออกมาจากบ่อน้าอย่างต่อเนื่องลอยสูงขึ้น แล้วกลืนกินสะเก็ดท