เล็กน้อย ม้าฝานก็เข้าใจในบัดดล ฝ่ายตรงข้ามสมควรเร่งรีบเดินทางเป็นระยะทางยาวไกล จำเป็นต้องพักผ่อนฟื้นฟูพละกำลังเสียก่อน
ซิวเจ่อที่ส่งไปสอบถามเจตนาการมาของพวกมันถูกฆ่าทิ้งในทันที จิตเจตนาที่พวกมันมาที่นี่ก็ไม่จำเป็นต้องกังขาอีกต่อไป
“กองพันอันร้ายกาจ!” เหนียนลู่อุทานอย่างแปลกใจ
ม้าฝานสีหน้าหนักอึ้งอยู่บ้าง มันเพียงมองปราดเดียวก็สามารถเห็นถึงความเลิศล้าของกองทัพเบื้องหน้านี้ได้ จากอาวุธยุทโธปกรณ์ของพวกมันและระเบียบวินัยอันเคร่งครัดของพวกมัน คนเหล่านี้เป็นกองทัพชั้นยอดไม่ผิดแน่
“เกรงกลัวอันใด?
“สามารถบอกความเป็นมาของพวกมันหรือไม่?” ม้าฝานไม่สนใจเหลยเผิง หันไปถามเหนียนลู่
ในพวกมันทั้งสาม เหนียนลู่แม้ไม่ขวัญกล้าบ้าบิ่นเช่นเหลยเผิง แต่มีจิตใจละเอียดอ่อนที่สุด เป็นผู้ช่วยแม่ทัพที่ดียิ่ง
เหนียนลู่หยีตาเพ่งมองอยู่ชั่วครู่ จากนั้นสีหน้าแปรเปลี่ยนเล็กน้อย“พวกมันเป็นกองทัพจากวัดเสวียนคง!” ตราสัญลักษณ์ของพวกมันเป็นประกายอยู่ภายใต้แสงตะวัน แม่นางน้อยคาดคำนวณไว้นานแล้วว่าวัดเสวียนคงจะต้องมาเสาะหาพวกมันแน่ จึงให้ความสนใจกับข่าวสารด้านวัดเสวียนคงเป็นพิเศษ
“วัดเสวียนคง!” ม้าฝานพอฟังอดหน้าเปลี่ยนสีไปด้วยมิได้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ากองทัพฝ่ายตรงข้ามไฉนเลิศล้าถึงปานนี้ ที่แท้เป็นกองทัพแห่งวัดเสวียนคง
เมื่อยืนยันความเป็นมาของฝ่ายตรงข้าม พวกมันทั้งสามก็ทราบว่าศึกนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
แต่กองทัพจากวัดเสวียนคง…