“ต้าเหริน ทุกประการจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว” ผู้ใต้บังคับบัญชารายงานต่อปู้เกิ้น
ปู้เกิ้นเอ่ยถาม “อ้อ เจ้าเสาะหาผู้ใด?”
“ผังเฉิน ด่านเจียง คนผู้นี้ก้าวเข้าสู่ด่านเจียงตั้งแต่เจ็ดปีก่อน มีประสบการณ์การต่อสู้โชกโชน การต่อสู้ครั้งที่ทำให้มันมีชื่อเสียงที่สุดคือการประลองกับชีเตียวอวี่ มันต้านรับได้สามสิบกระบวนท่าก่อนจะพ่ายแพ้ไป และแม้ว่ามันจะพ่ายแพ้ แต่ก็นับเป็นการประลองอันทรงเกียรติที่หนุนส่งมันให้มีชื่อเสียงในชั่วพริบตาเดียว”
“ชีเตียวอวี่!” ปู้เกิ้นในที่สุดสีหน้าแปรเปลี่ยน “ถึงกับรับมือชีเตียวอวี่ได้สามสิบกระบวนท่า ผังเฉินผู้นี้นับว่าเข้มแข็งโดยแท้”
“ไยมิใช่! มิหนำซ้าผังเฉินหลังจากพ่ายแพ้แก่ชีเตียวอวี่ มันก็มายังป่าศิลาทักษะปิศาจมหาสันติเพื่อแสวงหาหนทางรุดหน้า มันจมอยู่ในเมืองมหาสันตินานกว่าสามปี ทำการประลองน้อยใหญ่กว่ายี่สิบครั้ง ระหว่างนี้พลังฝีมือของมันยิ่งกล้าแข็งขึ้นเรื่อย ๆ”
“ไม่เลว ไม่เลว” ปู้เกิ้นเผยสีหน้าพึงพอใจ
ชนชั้นปิศาจด่านเจียงที่เข้มแข็งถึงเพียงนี้ อาจสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของมันในการหยั่งวัดความสามารถของบุรุษหนุ่มที่ไม่ทราบความเป็นมาผู้นั้น
“คนจากค่ายเว่ยผู้นั้นอยู่ที่ใด?” ปู้เกิ้นถามถึงเป้าหมาย
“มันอยู่ที่ป่าศิลาทักษะปิศาจ” ผู้ใต้บังคับบัญชาตอบทันควัน “ผังเฉินเริ่มลงมือแล้ว”
ปู้เกิ้นเผยสีหน้าคาดหวังรอคอย “เจ้าส่งคนไปสังเกตการณ์แล้วหรือไม่
“เรียบร้อยแล้วขอรับ”
จั่วม่อจร