“มันต้องการทาส??” เปี๋ยหานถามเสียงราบเรียบ
“ใช่ขอรับ เตี้ยนเซี่ย” ฟู่ฟงกล่าวอย่างนอบน้อม “หลันเทียนหลงไม่รับคำท้า แต่มอบทาสผู้นั้นให้โดยไม่มีเงื่อนไข”
ในดวงตาเย็นชาของเปี๋ยหานไม่มีร่องรอยความอบอุ่นใด ๆ ลวดลายอาคมหวงห้ามสีทองที่ฝังอยู่ทั่วร่างถูกลบล้างออกไปอย่างสมบูรณ์ สิ่งที่แทนที่คือแผนผังปิศาจสีขาวดุจหิมะบนผิวสีเข้มของมัน แผนผังปิศาจสีขาวอันละเอียดซับซ้อนเพียบพร้อมไปด้วยเสน่ห์อันลี้ลับจนเกือบจะชั่วร้าย
“คนผู้นี้บางทีอาจจะเป็นซิวเจ่อเปี๋ยหานโพล่งออกมาอย่างกะทันหัน
ฟู่ฟงงงงันวูบ แล้วรีบสั่นศีรษะตามสัญชาตญาณ “ซิวเจ่อ?
“เช่นนั้นข้าเล่า? หลันเทียนหลงหากพบข้าก่อนหน้านี้ จะล่วงรู้หรือไม่ว่าข้าไม่ใช่ซิวเจ่อ?” เปี๋ยหานถามพลางสั่นศีรษะ
“เตี้ยนเซี่ย ท่าน… …” ฟู่ฟงรีบกล่าว
แต่เปี๋ยหานขัดจังหวะอย่างเฉื่อยชา “ต่อไปอย่าได้เรียกข้าว่าเตี้ยนเซี่ยแล้ว”
ถ้อยคำของเปี๋ยหานทำให้ฟู่ฟงหน้าเผือดสี รีบกล่าวทัดทาน “ไม่ได้!ไม่ได้! เตี้ยนเซี่ย ศักดิ์ฐานะของท่าน… …”
เปี๋ยหานโบกมือตัดบท ไม่ให้ฟู่ฟงมีโอกาสได้กล่าวต่อ สีหน้าเย็นยะเยือก “บัลลังก์และทรัพย์สมบัติทั้งมวลของพระบิดาจะเป็นของพี่ชายข้าข้าตกอยู่ที่ด้านนอกยาวนานเกินไป นับตั้งแต่ยังเป็นเด็กเล็ก ๆ ก็ไม่ได้พบหน้าพระบิดาอีก ตระกูลไม่ชมชอบข้า นั่นเป็นเรื่องธรรมดา แค่พวกมันยินยอมเห็นแก่สายเลือด ช่วยขจัดอาคมหวงห้ามออกจากร่างของข้าให้ ข้าก็พึงใจมากแล้ว”
นึกถึงการ