ความนับถือเลื่อมใส
“ฮ่าฮ่า นี่หาได้น่าประหลาดอันใดไม่ ค่ายเว่ยแม้ร้ายกาจ แต่จำนวนคนไม่เพียงพอ หากพวกมันมีคนมากกว่านี้อาจเปิดศึกกับปู้เกิ้นอย่างซึ่งหน้า คนเหล่านี้ไม่ได้ถือศีลกินเจ ความเป็นมาของพวกมันต้องไม่รวบรัดธรรมดาอย่างแน่นอน” ซีเหมินหนิงกล่าวพลางแย้มยิ้มเล็กน้อย
“มังกรเข้มแข็งไม่ข่มเหงงูเจ้าถิ่น พวกมันแม้ร้ายกาจ ยังได้แต่รับประทานขี้เถ้าเท่านั้น” เสียงอาชิ่งสอดคำขึ้นมา
“ฮ่าฮ่า ถูกของอาชิ่ง ความเป็นมาของพวกมันจะถูกเปิดเผยอย่างรวดเร็ว อาศัยตัวอ่อนปิศาจมากมายถึงเพียงนี้ ย่อมมิใช่มีเพียงแค่เราที่สนใจ เมื่อถึงเวลาคงน่าดูชมมากแล้ว” ซีเหมินหนิงกล่าวปนหัวร่อ
“มีแต่ต้องกวนน้าให้ขุ่น เราจึงสามารถฉวยโอกาสจับปลาได้” อาชิ่งยังคงสอดปากอย่างพอเหมาะพอดี
ซีเหมินหนิงหัวเราะร่วนอย่างถูกอกถูกใจ
“ค่ายเว่ยพอเข้าไปในเมือง พวกมันก็บาดหมางกับหลันเทียนหลง”ลูกสมุนรีบรายงานข่าวสารที่ได้รับมาอย่างออกรส
“หลันเทียนหลง?”
? นี่ดูไม่เหมือนแบบฉบับตามปกติของหลันเทียนหลงแม้แต่น้อย
ผู้นำค่ายเว่ยจะต้องมีบางสิ่งบางอย่างพิเศษเฉพาะ มิเช่นนั้นพฤติการณ์ของหลันเทียนหลงในครั้งนี้ เกรงว่าไม่มีคำอธิบายได้
เป็นพลังฝีมือสูงเยี่ยม หรือว่าฉากหลังอันยิ่งใหญ่?
ซีเหมินหนิงขบคิดใคร่ครวญ หากบอกว่าคนผู้นี้มีพลังฝีมือสูงเยี่ยมจนแม้แต่หลันเทียนหลงยังต้องระวังตัว ก็เรียกได้ว่ากล่าวเกินเลยไปแล้วเท่าที่มันสืบค้นมาได้ ผู้นำค่ายเว่ยเป็นบุรุ