ข้ามก็กำลังเพ่งพิจารณาค่ายจูเชวี่ยไม่วางตา
อาซาเก๋อจับจ้องมองดูกองพันซิวเจ่อเบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง มันหลังจากนำทัพบุกผ่านออกมาจากรอยแยกแห่งความโกลาหลก็กวาดพิชิตไปโดยไร้ผู้ต้านติด แทบไม่ลำบากกินแรงแม้แต่น้อย จนกระทั่งพบพานกองทัพซิวเจ่อที่เบื้องหน้านี้
หลังจากทำการสัประยุทธ์โรมรันติดต่อกันเกือบสามวันเต็ม มันยังไม่อาจช่วงชิงเป็นฝ่ายมีเปรียบแม้แต่น้อย
นี่ทำให้มันตกตะลึงสุดระงับ เห็นได้ว่าพลังฝีมือโดยเฉลี่ยของไพร่พลฝ่ายตรงข้ามต่าชั้นกว่าพวกมันมาก แต่ไม่ว่าอาซาเก๋อจะเปลี่ยนแปลงยุทธวิธีอย่างไร ยังคงไม่อาจโจมตีฝ่ายตรงข้ามจนแตกพ่ายได้
อาซาเก๋อทราบกระจ่างแก่ใจ หากกล่าวอย่างเข้มงวดสักหน่อย นี่เท่ากับว่าพวกมันพ่ายแพ้แล้ว
ความสามารถทางพิชัยยุทธ์ของฝ่ายตรงข้ามเหนือล้ากว่ามันมาก มีเพียงเหตุผลนี้เท่านั้น ที่สามารถช่วยชดเชยความอ่อนด้อยของไพร่พลในกองทัพ จนสามารถต่อสู้ได้ทัดเทียมกับกองทัพของมัน
อาซาเก๋ออดนับถือเลื่อมใสไม่ได้ มันทะยานออกไปด้านหน้าแถวทัพอย่างฉับพลัน ประสานมือกล่าวด้วยเสียงดังฟังชัด “สามวันมานี้นับเป็นการต่อสู้ที่ดี ท่านที่นับถือมีฝีมือทางพิชัยยุทธ์สูงส่งปานเทพยดา อาซาเก๋อเลื่อมใสนัก! มิทราบสามารถบ่งบอกนามสูงส่งให้อาซาเก๋อได้จารึกไว้ในใจหรือไม่!”
เพียงกล่าวจบคำ เห็นบุรุษหนุ่มอ่อนแอปานมิอาจต้านแรงลม พลิ้วกายออกมาหน้าแถวทัพฝ่ายตรงข้าม “กงซุนชาแห่งเกาะเต่า”
อาซาเก๋อใบหน้าเต็มไปด้วยความต