ผูเยาอยู่ในอารมณ์ที่ซับซ้อน เดินทอดน่องเนิบนาบคล้ายจมอยู่ในภวังค์ครุ่นคิด
แม้ว่ามันจะเข้าสู่คุกสิบนิ้วตามปกติ แต่คล้ายมีพลังกดดันแตกต่างไปจากเวลาปกติ ทำให้มันร้อนรุ่มกระวนกระวายอย่างที่ยากจะพบพาน เวลาหลายพันปีที่ผันผ่าน ประดุจแม่น้าอันกว้างใหญ่ที่แบ่งแยกอดีตปัจจุบันออกจากกัน บางสิ่งเป็นเพียงภาพเลือนรางอยู่ในความทรงจำ แต่บางอย่างกลับกระจ่างชัดเจน ราวกับว่าเพิ่งพบพานพวกมันเมื่อวันวานนี้เอง
?” ผูเยาถามด้วยสุ้มเสียงเฉยชา
ผู้มากวาดตามองผูเยาจากศีรษะจรดเท้า สุ้มเสียงเต็มไปด้วยความกังขา “เป็นเจ้าที่ทิ้งข่าวสารไว้ใช่หรือไม่?”
คนผู้นี้ไม่สูงไม่ต่าเตี้ย กลางหว่างคิ้วเป็นผลึกสีฟ้าอ่อนตะปุ่มตะป่าดวงตาเรียวยาว รอยยิ้มพยศดุร้ายประดับอยู่ที่มุมปาก เรือนผมสีแดงเพลิงประดุจกองไฟลุกไหม้ร้อนแรง บันดาลให้ผู้คนรู้สึกว่าคนผู้นี้ไม่ยินยอมสยบโดยง่าย
“มิผิด เป็นข้าเอง” ผูเยากล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“อย่าได้แสร้งทำเป็นผีสาง!” บุรุษหนุ่มแค่นเสียง “เฮ้ ตาเฒ่าประหลาด เจ้าที่แท้เป็นใครกันแน่?”
ตาเฒ่าประหลาด?
ผูเยาดวงตาหดแคบลงเล็กน้อย ไม่เคยมีผู้ใดบังอาจเรียกหามันเช่นนี้มาก่อน กระทั่งจั่วม่อยังไม่กล้า มันแค่นเสียงอย่างเย็นชา ไม่เห็นขยับเคลื่อนไหวอันใด แต่กลับปรากฏสายโซ่นับไม่ถ้วนพุ่งขึ้นจากพื้นใต้ฝ่าเท้าบุรุษหนุ่ม แล้วรัดพันเอาไว้ทั้งร่าง
บุรุษหนุ่มหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย แต่อย่าหวังว่ามันจะยอมจำนนเพียงเท่านี้ “ตาเฒ่า รั