งแกผู้เยาว์นับเป็นความสำเร็จอันใดกัน!”
“ตระกูลโหยวฉินหลงเหลือแต่เจ้าเพียงผู้เดียวรึ?”
? อย่าได้คิดว่าเพียงใช้ศาสตร์อสูรเล็กน้อยไม่กี่ท่า แล้วจะแสร้งเป็นภูตผีต่อหน้าเสี่ยวเหยียได้!”
จากนั้นคล้ายรำพึงรำพันกับตัวเองอย่างขุ่นแค้น “หากข้าล่วงรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ ข้าจะไม่ฟังคำของตาเฒ่าน่าตายผู้นั้นแน่ นี่มันเรื่องโง่เง่าอันใดต้าเหรินผีสางอันใด ลัทธิอุบาทว์บัดซบอันใด?”
ผูเยาคล้ายไม่ได้ยินคำบ่นว่าของมัน “เจ้าเรียกว่าอะไร?”
“โหยวฉินเลี่ย!27” บุรุษหนุ่มเหลือกตา พลังของฝ่ายตรงข้ามคล้ายเหนือความคาดหมายของมันมาก
“ชื่อที่ดี” ผูเยากล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ จากนั้นถามว่า “ตอนนี้เจ้าอยู่ที่ใด?”
“เรือนจำ!” บุรุษหนุ่มหัวร่อฮิฮะ “เรือนจำเป้ยเก๋อ ระดับชั้นนักโทษร้ายแรงที่สุด เป็นไร?
?” ผูเยาถาม สีหน้าสนใจขึ้นมาเล็กน้อย
“ฮ่า ข้าสังหารเจ้าลูกส่าส่อนของตระกูลสูงศักดิ์ผู้หนึ่ง มารดามันเถอะหากข้าพบพานพวกมันอีกครั้ง จะต้องฆ่าพวกมันให้สิ้นซากทั้งตระกูล!”โหยวฉินเลี่ยกล่าวอย่างเคียดแค้นชิงชัง
“เจ้ามีความแค้นกับมัน?”
“ไม่!” โหยวฉินเลี่ยสะบัดศีรษะแรงๆ ดวงตาแดงฉานและเรือนผมแดงจัดคล้ายจะลุกไหม้ขึ้นพร้อมกัน “ฮ่า เจ้าเดรัจฉานนั่นข่มเหงน้องสาวของสหายข้า เสี่ยวเหยียผู้นี้ใช้เวลาสามเดือน กว่าจะหาโอกาสลงมือปลิดชีวิตสุนัขของมันได้!”27 โหยวฉินเป็นแซ่สองตัว เลี่ยแปลว่าดุเดือด รุนแรง
“สามเดือน?
? ผูเยาหัวร่อเยาะในใจ พลางถามว่า